เข็มนาฬิกาที่เดินถอยหลัง

บ่ายวันอาทิตย์ที่ฝนฉ่ำแฉะ...
ผมนั่งจมความชื้นอยู่บนโซฟาตัวเก่า
บรรยากาศรอบตัวเหมือนภาพขาวดำสีหม่น ๆ
นอกหน้าต่างเมฆครึ้มบังแสงอาทิตย์หมดสิ้นเยื่อใย
ลมเอื่อย ๆ หอบเอาฝนเม็ดเล็กมาแปะใส่บานกระจกหน้าต่าง
เกิดเสียง “เปาะแปะ” ให้พอได้ยิน และรับรู้ว่าโลกยังคงหมุนอยู่
สภาพรอบตัวช่างดูนิ่งเฉย
ต่างกับความคิดในหัวที่กำลังวิ่งสี่คูณร้อย ในระยะไม้สุดท้าย
ความคิดบ่นพึมพำ...
น่าเซ็งชะมัด! ตั้งใจจะทำตั้งหลายเรื่องวันนี้
ฝนตกพรำแบบนี้ คงยาวไปทั้งวัน
ตอนแรกว่าจะซักผ้า และเอาหมอน-ผ้าห่มตากแดดให้หอม ๆ เสียหน่อย
แล้วเดินสบาย ๆ ไปหาอะไรทานปากซอย
กลับมาจะหิ้วกล้องไปเดินเล่นถ่ายรูปที่สวนจตุจักร
เย็น ๆ เก็บผ้า แล้วค่อยมาเอนหลังอ่านหนังสือที่ตั้งใจอ่านหลายทีแล้วยังไม่จบ
เจอฝนพรำซึ่ง ๆ หน้าแบบนี้ ... จบตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม
เสีย “เวลา” ที่ตั้งใจไว้จริง ๆ
ฯลฯ
......
......
......
ขณะที่กำลังเซ็งในหัวจิต หงุดหงิดในหัวใจ
สายตาก็เหลือบไปเห็น นาฬิกาเรือนเก่า บนชั้นหนังสือ
โมงยามของมันหยุดนิ่งอยู่ที่สิบโมงกับอีกสิบกว่านาที .. ตั้งแต่วันที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้
ชั่ววูบนั้น...
เหมือนเข็มนาฬิกาทั้งสองแขนปล่อยหมัดซ้ายขวา ตีแสกหน้าเข้าตรงหัว
ความคิดที่กำลังวิ่งเร็วจี๋เร่งเข้าเส้นชัยแห่งความว้าวุ่น หยุดกึกเหมือนกดรีโมทดีวีดี
ภาพตรงหน้า เหมือนบอกอะไรบางอย่างกับผม ...
ชีวิตทุกวันนี้ ที่ดูจะคุ้นชินกับการดูเวลา “เดินไปข้างหน้า”
เก้าโมงเช้า ต้องไปติดต่อเรื่องนั้น
สิบเอ็ดโมง มีนัดกับคนนี้
ห้าโมงเย็น ต้องไม่ลืมไปรับของที่นั่น
ต้องเผื่อเวลาเท่านั้น เท่านี้ เพราะรถจะติด ฯลฯ
เวลาที่เราคาดไว้ ทำให้เรามุ่งไปข้างหน้า
นึกกังวลสิ่งที่ยังมาไม่ถึง
เข็มนาฬิกาที่หยุดนิ่ง
สะท้อนความจริงบางอย่างให้ผมทบทวน
หากชีวิตผม ต้องหยุดเดินเมื่อสิบโมงสิบกว่านาที ตั้งแต่วันนั้นล่ะ ?
ผมจะยังว้าวุ่นกับสิ่งที่ “ต้อง” ทำ ในเวลาที่เดินไปข้างหน้าอยู่อีกไหม
ผมคงถามตัวเองกลับไป ... หากรู้ตัวว่าเวลาจะเหลือถึงสิบโมงสิบกว่านาที
ก่อนหน้านั้น อยากจะทำอะไรบ้าง?
เปลี่ยนความคิด ให้ลองมองเข็มนาฬิกาว่าเดินถอยหลัง ...
มองชีวิตในมุมของเวลาที่เหลืออยู่
เราคงจะตั้งใจมอง “สิ่งที่อยู่ตรงหน้า” มากขึ้น
เพราะได้ตระหนักเห็นในข้อจำกัดของเวลาที่มีเหลือ
ว่าสามารถจัดสรร ทำอะไร สิ่งใด ได้บ้าง …
......
......
......
จริง ๆ แล้ว มาลองนึกดู
ในชีวิตเรา ก็ได้ลองใช้เวลาที่เดินถอยหลังอยู่หลายครั้ง
เพียงแต่เราอาจจะมองข้ามโมงยามนั้นไป
อย่างตอนเป็นนักเรียนนั่งทำข้อสอบ ก็จะมีกรอบเวลาเป็นข้อกำหนด
หรือสมัยนี้เวลาขับรถ ไฟจะเขียว จะแดง ก็ยังมีเวลาถอยหลังให้เตรียมตัว
======================================
นอกหน้าต่าง...
ฝนยังคงทำหน้าที่เชื่อมโยงเมฆบนฟ้า กับหลังคาบ้านบนพื้นดิน
ผมเหลียวไปดูนาฬิกาที่หยุดหายใจเรือนนั้นอีกครั้ง
แล้วตั้งใจว่า อย่างน้อยวันนี้เวลาของผมจะเดินถอยหลัง
อีกไม่กี่ชั่วโมงที่จะเข้านอนเมื่อหมดวัน
จะทำอะไรสบาย ๆ อยู่กับตัวเอง
ร่างกายได้หยุดพัก ความคิดได้ตั้งหลักกับปัจจุบัน
ว่าแล้วก็หยิบหนังสือที่อ่านค้างไว้แต่นานมา
เอนหลังเปิดหน้าที่คั่นอยู่
เข็มเวลาของวันกำลังเดินถอยหลัง
แต่เรื่องราวในหน้ากระดาษคงได้เดินทางไปสุดเล่ม ... เสียที







Nok เมื่อ ศ. ๒๐ ก.ค. ๕๐ เวลา ๐๘.๐๙ น.
จงทำ ณ วันนี้ให้ดีที่สุด
N@MO เมื่อ ศ. ๒๐ ก.ค. ๕๐ เวลา ๑๒.๒๗ น.
( ^______^ )
New เมื่อ ศ. ๒๐ ก.ค. ๕๐ เวลา ๑๗.๐๔ น.
อ่านบทความเอกทีไรได้แง่คิดสอนใจทุกที
boombim เมื่อ พ. ๒๕ ก.ค. ๕๐ เวลา ๑๐.๔๘ น.
แม้จะห่างหายการอ่านเรื่องราวของเอกไปนาน แต่กลับมาอ่านทีไรรู้สึกว่าเอกคมขึ้นทุกวันๆ นะจ๊ะ ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆ และแง่คิดดีๆ ทุกครั้งที่กลับมาอ่านค่ะ
jimmie เมื่อ อ. ๗ ส.ค. ๕๐ เวลา ๑๓.๑๕ น.
มาอ่านหลายครั้งแล้ว ยุ่งๆครับ เลยไม่มีเวลา post ก็สมแล้วนะครับที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ชาย romantic - จริงๆ
มีอะไรแนะนำได้นะครับ anuchitt@yahoo.com
Cheers!
am เมื่อ พ. ๑๕ ส.ค. ๕๐ เวลา ๑๓.๑๙ น.
ต้องการเพื่อนคุยค่ะ
หนมปังคอนโด เมื่อ อา. ๒๐ ม.ค. ๕๑ เวลา ๑๔.๕๙ น.
หากจะเขียนข้อความบางตอน
ลงบนเสดกระดาษเก่าๆเก็บไว้ คงไม่ว่ากัน
ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้เข้ามาอ่านอีก
หากให้จำข้อคาม ทุกบรรทัดคงไม่หมด
แต่จะจำไว้...ในความรู้สึก
...ว่ามีข้อความดีๆ คงไม่ได้อารมณ์
คงเป็นเพระเหตุนี้
จึงขอจดเก็บไว้