ระยะของสายตา องศาของความรู้สึก (ภาค2)
ตอน ... ลาวตะลอน

ว่ากันว่า...
ในบรรดา "เลนส์ถ่ายภาพ" นับร้อยชนิดที่ช่างภาพเลือกใช้เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวนั้น
เลนส์ 50mm. เป็นเลนส์พื้นฐานที่สำคัญที่สุดตัวหนึ่งที่ช่างภาพต้องผ่านมือ
ด้วยเหตุเพราะที่ระยะ 50mm. นั้น เป็นช่วงรับภาพที่กว้างใกล้เคียงกับมุมมองสายตาของคนมากที่สุด
อีกทั้งเป็นเลนส์ระยะเดี่ยว (fixed) ไม่ใช่เลนส์ซูม ที่สามารถหมุนดึงภาพเข้าออกใกล้ไกลได้ตามใจ
คนถ่ายจึงต้องสับขา เดินหน้า ถอยหลัง หาระยะของภาพเอาเอง
เลนส์ตัวนี้... จึงนับเป็นเลนส์ที่เหมาะสำหรับมือเริ่มต้นถ่ายภาพ
ได้บังคับตนเอง ฝึกฝนการเดินหามุมมองที่ดี ก่อนที่จะบันทึกอารมณ์ ความรู้สึกเบื้องหน้า
ถ่ายทอดออกมาเป็นภาพสื่อความหมาย
ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา
ผมยังมีงานที่ต้องเดินทางไปเยี่ยมเยือนประเทศลาวอยู่อีกหลายหน
ครั้งหลังสุด... มีเหตุจำเป็นต้องใช้ภาพของคนท้องถิ่นมาประกอบงานที่ทำ
เลยอาสาเอากล้องไปเก็บภาพมาเอง ไม่ต้องไปจ้างใคร
(จริง ๆ แล้วงบน้อยครับ ทำเองประหยัดดี อิ..อิ)
ถือโอกาสที่ต้องแบกกล้องไปแล้ว
วางแผนหาความสุขใส่ตัว ด้วยการถ่ายภาพเก็บมาฝากคนใกล้ ๆ ด้วย
ตั้งโจทย์ให้ตัวเอง ด้วยการจะถ่ายภาพจากเลนส์ 50mm. อย่างเดียว
หลังจากใช้เลนส์ซูม เลนส์วายด์ มาพักใหญ่ ลองหวนกลับไปหาอะไรที่เรียบง่ายบ้าง
นัยว่าเป็นภาพที่สะท้อน มุมมอง และสายตา ที่มองเห็นความเป็นไปของประเทศใกล้ เมืองเคียงแห่งนี้
เพียงแต่ว่า กล้องที่ใช้เป็นดิจิตอล บันทึกภาพแล้วไม่ได้สัดส่วนเท่ากับฟิล์ม
ภาพที่ได้ เมื่อมองผ่านเลนส์ 50mm. จึงแคบลง ... หรือใกล้กว่าระยะสายตาเล็กน้อย
เอาน่า... ให้คิดว่า เป็นภาพจากมุมมองของคนสายตาสั้น
ที่จะดูอะไร ก็ต้องเขยิบเข้าไปใกล้สักหน่อย ... ก็แล้วกันครับ :-)
การเดินทางครั้งนี้ ผมเริ่มปักหมุดตั้งแต่กลางประเทศลาว ที่แขวงสะหวันเขต ตรงข้าม จ.มุกดาหาร
จุดที่มีการเปิดสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่สองนั่นแหล่ะครับ
ค่อย ๆ เดินทางขึ้นเหนือ ไปที่เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน (ตรงกับ จ.นครพนม)
ก่อนหันสู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือเข้าเวียงจันทน์
แล้วยาวต่อไปจบที่เมืองมรดกโลก หลวงพระบาง
เก็บภาพกลับมาหลายร้อยภาพอยู่ คัดมาบางส่วนเป็นระยะของสายตา และองศาของความรู้สึก
ที่นึกถึง ... และอยากปันกันครับ
============================================================
(1)
เมื่อสะพานเชื่อมสองประเทศเปิดใช้ ความเจริญก็พากันย้ายไปอยู่บริเวณด่านใหม่ใกล้ ๆ สะพาน
ความคึกคักดั้งเดิมที่มีอยู่แถวท่าเรือ ก็ลดน้อยถอยความสำคัญลงไป
นอกจากพ่อค้าแม่ค้า และบรรดาสามล้อรับจ้าง จะได้รับผลกระทบแล้ว
อีกหนึ่งอาชีพเล็ก ๆ ที่ต้องเริ่มมองหาช่องทางทำมาหากินใหม่ ก็คือคนรับจ้างแบกของลงเรือ

============================================================
(2)
ความเปลี่ยนแปลงสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่กำลังเกิดขึ้น ทั้งฝั่งไทยและลาว
คือการเหือดแห้งของแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของเมืองสองฟากฝั่ง
ช่วงปลายฤดูร้อนย่างเข้าฝน แม่น้ำโขงบางช่วงยังแห้งขอดขนาดที่คนสามารถลงเดิน และเกือบจะข้ามไปถึงอีกฝั่งได้
เห็นแล้วน่าใจหายจริง ๆ ... บางคนให้ความเห็นว่าเป็นเพราะทางการจีนซึ่งอยู่ทางต้นน้ำ
ได้สร้างเขื่อนและระเบิดเกาะแก่งต่าง ๆ ทำให้น้ำเกิดการเปลี่ยนทิศ ผิดธรรมชาติ และแปรปรวน
คนที่อยู่ปลายน้ำอย่างเรา เลยได้แต่มองตาปริบ ๆ

============================================================
(3)
การเดินทางระหว่างเมืองที่ลาว หากไม่ติดขัดเรื่องเวลาการทำงานที่จำกัดหรือเร่งด่วน
ผมเลือกที่จะนั่งรถโดยสาร เพราะสามารถเห็นสภาพความเป็นอยู่จริง ๆ ของชาวบ้าน
ได้เห็นเส้นทางที่ตัดผ่านชุมชนต่าง ๆ และมีโอกาสได้พูดคุยกับคนท้องถิ่นจริง ๆ
ลองนั่งมาเกือบหมดแล้วครับ รถเมล์ใหญ่ รถตู้เล็ก ไปจนถึงรถกระป้ออัดกัน 10 กว่าคน ไก่อีก 2 ตัว
นั่งยาว 5-6 ชั่วโมง ข้ามแขวง ... สนุกดี แต่ก็หวาดเสียวไข้หวัดนกช่วงนั้น (อิ..อิ)

============================================================
(4)
เวลานั่งรถ นอกจากจุดหมายปลายถึงที่มุ่งอยากไปถึงแล้ว
ความสนุกจากการสังเกตุความเป็นไประหว่างทาง ก็เป็นสเน่ห์อีกอย่างหนึ่ง
ที่ทำให้การเดินทางไม่น่าเบื่อ...

============================================================
(5)
คนขายของที่ผมยกนิ้วให้เลย คือ คนจีน กับคนเวียดนาม
ซึ่งทั้งสองเชื้อชาติ อพยพมาทำมาหากินในลาวไม่น้อยเหมือนกันนะครับ
คนพวกนี้ ขยันมาก อะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็จับมาเป็นการค้าได้หมด เรียกว่าอยู่ในสายเลือดจริง ๆ
ตามตลาด เราจะเจอคนเวียดนามหิ้วตะกร้า มีเก้าอี้ตัวเล็ก ๆ และกาละมังพลาสติก 2 ใบ
เดินรับจ้างทำเล็บ ให้แม่ค้าที่ขายของในตลาดอีกที... เพราะแม่ค้าก็อยากสวย
แต่ยุ่งขายของไม่มีเวลาไปร้าน ...
หรืออย่างในรูปนี้ ไม่มีเงินลงทุนเปิดร้าน... ไม่เป็นไร
นี่.. ทำเป็น Mobile Unit มาขายถึงที่เลย สนใจไหม? (อิ..อิ)

============================================================
(6)
หากเป็นการเดินทางภายในเมืองระยะใกล้ ๆ
"จัมโบ้" หรือ สามล้อรับจ้าง เป็นทางเลือกที่สะดวกมากครับ
มีสามล้อหลายขนาดให้เลือกใช้ ตามแต่จำนวนคนที่จะไป หรือจำนวนสัมภาระที่จะขน
ครั้งแรก ๆ จะไปไหนผมก็ต้องเรียกเหมารถไปคนเดียว
เดี๋ยวนี้ ถามชาวบ้านที่ขึ้นรถมาก่อนว่าไปไหน แล้วก็พ่วงไปทางเดียวกัน
ประหยัดกว่า...ทั้งทรัพยากรพลังงาน และทรัพยากรในกระเป๋า ได้เพื่อนใหม่ด้วย (อิ..อิ)

============================================================
(7)
ด้วยความที่น้ำมันที่นี่ราคาแพง (ราคาล่าสุดอยู่ประมาณ 37 บาทต่อลิตร)
อีกทั้งจำนวนผู้โดยสารไม่ได้มีเยอะมากเหมือนในกรุงเทพฯ
จัมโบ้ส่วนมากจะเลือกจอดรอรับคนตามสถานที่สำคัญ ๆ
มากกว่าจะออกวิ่งตระเวนหาผู้โดยสาร
เวลารออยู่ตามคิวรถ ส่วนใหญ่คนขับก็มักจะนอน เล่นเปตอง หรือไม่ก็เล่นไพ่ (อ้าว....)

============================================================
(8)
หากเป็นรถส่วนตัว .. รถที่ชาวลาวทั่ว ๆ ไปชื่นชอบ อยากหามาขับขี่เป็นที่สุด
นาทีนี้ ต้องยกให้ "วีโก้" ครับ เรียกว่าใครถอยมาขี่นี่เท่ห์สุด ๆ
สาว ๆ บอก "รถมันแรง อ้าย..."
แต่ช่วงเวลาที่เดินทาง ผมประทับใจคันนี้ครับ คลาสสิคจริง ๆ จอดอยู่ริมรั้วบ้านหลังเล็ก ๆ ในเวียงจันทน์

============================================================
(9)
ยามหิวขณะเดินทาง หากอาหารพื้นเมืองไม่ทานยากจนเกินไป ไม่โหดจนรับไม่ไหว
ผมก็จะหาอะไรง่าย ๆ ทานในตลาดแหล่ะครับ เพราะเป็นโอกาสดีที่จะได้คุยกับแม่ค้า
สอบถามความเป็นอยู่และเรื่องราวต่าง ๆ ได้สะดวกดี
อาหารประยุกต์จากสมัยเป็นอาณานิคมฝรั่งเศสที่ผมว่าทานง่าย อิ่มท้อง และราคาประหยัด
ก็คือข้าวจี่ใส่ไส้ หรือปาเต๊ะ หรือแซนด์วิชขนมปังฝรั่งเศสที่เปลี่ยนไส้เป็นหมูยอ หมูหยอง
และราดซ็อสพริก ... แซ่บอย่าบอกใคร

============================================================
(10)
ในตลาด... นอกจากอาหารและของใช้สารพันแล้ว
สิ่งที่เราจะเห็นเกือบทุกที่ก็คือมาลัยดอกไม้ สำหรับไหว้พระ
วิถีชีวิตวัฒนธรรมลาวยังผูกพันกับพุทธศาสนาค่อนข้างเหนียวแน่น

============================================================
(11)
ทุก ๆ ชุมชนจะมีวัดตั้งอยู่เป็นส่วนหนึ่งเสมอ
ในวันสำคัญทางพุทธศาสนา พี่น้องชาวลาวจำนวนมากต่างหลั่งไหลจากทุกสารทิศ
มาร่วมในพิธีอย่างไม่ขาดสาย เป็นภาพที่ประทับใจเสมอยามพบเห็น

============================================================
(12)
เด็ก ๆ อีกจำนวนไม่น้อย ได้อาศัยบุญพระพุทธศาสนาเข้ามาบวชเรียน
ในหลาย ๆ เมือง วัดจึงยังคงเป็นศูนย์กลางของวิถีชีวิตที่สงบ เรียบง่าย

============================================================
(13)
การทำนุบำรุงวัดวาอาราม และโบราณสถานต่าง ๆ
คนทางนี้ จะไม่นิยมสร้างเสริมแต่งเติมอะไร
มักจะปล่อยให้อยู่ในสภาพแบบเดิม ๆ มากกว่า
หากจะเก่าก็ปล่อยให้เป็นไปตามกาลเวลา คอยดูแลเพียงไม่ให้พังทลายลงมาเสียหาย
หรือเป็นอันตรายเท่านั้น ... ยามไปเยี่ยมชมวัดเก่าแก่
เราจึงได้สัมผัสสภาพความเป็นจริงของสถานที่แห่งนั้นว่ายืนหยัดผ่านคืนวันมานานเพียงใด ...

============================================================
(14)
กีฬายอดฮิตติดอันดับ นอกจากฟุตบอลแล้ว ก็มี "เปตอง" นี่แหล่ะครับ
หันไปมุมไหน ก็มักจะเป็นหนุ่ม ๆ ลาวยืนล้อมวงดู ส่งเสียงเชียร์กันสนุกสนาน
เป็นกีฬาที่ต้องใช้สมาธิและความแม่นยำไม่น้อย
เอ.. จะว่าไป ยังไม่เคยเห็นสาว ๆ มาทอยลูกเปตองเลยครับ

============================================================
(15)
"ป่าไม้" นับเป็นทรัพยากรธรรมชาติ ที่ประเทศลาวมีมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ปัจจุบัน ป่าไม้ลาวกำลังถูกท้าทายจากทุนนิยมโลกที่เข้าไปยื้อแย่งพื้นที่
เพื่อให้หันมาทำการเกษตรเชิงเดี่ยวแทน ... นับเป็นเรื่องน่าเสียดายมาก ๆ
หลาย ๆ จุดที่ผมลัดเลาะเข้าไป มีโอกาสเห็นร่องรอยของป่าไม้ที่เคยอุดมสมบูรณ์
ทิ้งไว้เพียงภูเขาหัวโล้นหลายสิบลูก เรียงตัวยาวไปสุดสายตา
เมื่อเห็นยอดไม้เล็ก ๆ พยายามแทรกกายยืนหยัดมีชีวิต เลยอดนึกถึงเรื่องนี้ไม่ได้
และอยากถ่ายภาพเก็บไว้ ...

============================================================
(16)
ชีวิตความเป็นอยู่ของเด็ก ๆ ที่นี่
เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผมว่า หาจากที่อื่นไม่ได้ง่าย ๆ
ที่ลาว อาจไม่สะดวกสบายเท่าบ้านเรา
แต่ที่นี่... เด็ก ๆ หัวเราะได้อย่างเต็มเสียง ยังมีอากาศดี ๆ ให้หายใจเต็มปอด
มีวัฒนธรรมดี ๆ ที่รอถ่ายทอดให้พวกเขาเติบโตมาเป็นส่วนหนึ่งที่ดี ของโลกใบนี้

============================================================
(17)
ผมเคยบอกคนใกล้ตัวเสมอว่า ... ให้เก็บ "ก้อนเด็ก" บางส่วนไว้กับตัวบ้าง
อย่าให้ความเป็นผู้ใหญ่ พรากความสดใสไปจากชีวิตเราเสียหมด
ลองดูตาของหนุ่มน้อยคนนี้สิครับ
ผมว่า สำหรับเขาแล้ว... ความสุขมีอยู่ในทุกอณูอากาศ มีอยู่ในทุกวันที่ตื่นลืมตา ...

============================================================
(18)
ดูเด็กแล้ว ก็มาดูผู้ใหญ่บ้าง (ว่าไปนั่น)
สองสาวหลวงพระบางอารมณ์ดีนี้ มาช่วยงานผมอยู่เรื่อย ๆ จนสนิทกันดี
ผมว่า "แม่หญิงลาว" ที่ยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรมที่สงบงามแบบดั้งเดิมนั้น
เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวาน และมีสเน่ห์ไม่แพ้ใคร
อยากให้รักษาเอกลักษณ์อันดีนี้ไว้ ไม่ต้องไปตามกระแสโลกตะวันตก
ที่ทุกอย่างเป็นแฟชั่นไปเสียหมด
แต่ยังไง... สาวไทย ก็น่ารักที่สุดครับ .. ยืนยัน
(เพราะหากไม่ยืนยัน .. ผมอาจจะโดนยันแทน อิ..อิ)

============================================================
(19)
ปิดท้าย ด้วยภาพของสายตาซุกซนที่ไปเห็นมาว่าน่ารัก
ก็ขนาดว่าป้ายจราจร ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์การแต่งกาย ที่ต้องเกล้าผม นุ่งซิ่น
ไม่เรียกว่า "น่ารัก" ก็ต้องโดนหยิกแล้วล่ะครับ :-)

============================================================
...สิบเก้าภาพ แทนระยะของสายตา และองศาในความรู้สึก
ที่มีต่อประเทศน่ารัก ๆ แห่งนี้ของผม
อาจจะเป็นสายตาที่ดูสั้น ๆ แต่ก็เป็นมุมมองที่ผมว่ามีอะไรดี ๆ หลายอย่าง
ที่เราเองก็น่าจะมาปรับใช้ได้บ้างเหมือนกัน
ก็อยู่ใกล้กันแค่โขงกั้น ... สนิทกันไว้
จะได้ร้องเพลง "สาวลาว ... บ่าวไทย" ไงครับ (อิ..อิ)







jimmie เมื่อ พฤ. ๗ มิ.ย. ๕๐ เวลา ๑๘.๔๑ น.
ดีใจที่ได้อ่านอีก ชอบมากครับ ชอบทุกภาพ สำหรับตัวเองชอบภาพที่สี่ มากที่สุด และที่เหลือ คือ ห้าถึงเจ็ด
แล้วจะเข้ามาให่ครับ โชคด่
:-) เมื่อ พฤ. ๗ มิ.ย. ๕๐ เวลา ๒๓.๔๙ น.
หลายช่วงของเวลาที่วุ่นวาย เหนื่อยอ่อน
ความสุขที่ได้ปันใจให้สิ่งละอันพันละน้อยรอบตัว
ยังคงมีอยู่ไม่จางหาย
นับว่าเป็นเรื่องดี...
และ ดีที่ได้รับปันความรู้สึกนั้นเช่นกัน
เชื่อว่าภาพงาม นอกจากจะมาจากความงามที่ตามองแล้ว
ใจ ก็ต้องเห็น จึงจะสามารถถ่ายทอดแบ่งปันกันเช่นนี้
ขอบคุณ ที่ทำให้รู้สึกว่า
การจะมีความสุขนั้น ทำได้เสมอ
nok เมื่อ ศ. ๘ มิ.ย. ๕๐ เวลา ๑๖.๓๙ น.
ชอบๆๆๆๆ
นู๋ปุ่น เมื่อ ส. ๙ มิ.ย. ๕๐ เวลา ๑๓.๓๑ น.
สวัสดีค่ะพี่เอก ไม่เจอกันนานเลยนะคะ ภาพพี่เอกยังสวยงามอยู่เสมอ^^
ช่วงนี้เหนื่อยมากๆค่ะ ปี1โดนพี่ว๊ากทุกวันเลย T_T แต่พอเข้าเวบพี่เอกมากหายเหนื่อยแล้วล่ะค่ะ^^
jimmie เมื่อ อา. ๑๐ มิ.ย. ๕๐ เวลา ๐๓.๓๐ น.
เหนื่อยล้า เลยเข้ามาพักใจอีกครั้งครับ รู้สึกดีๆ และวาดหวังว่าตนเองจะถ่ายทอดความรู้สึกได้แบบนี้บ้าง......ถ้ามันออกมาจากใจ.....
cheers! Again!!!
นะโม เมื่อ ศ. ๑๕ มิ.ย. ๕๐ เวลา ๑๖.๕๗ น.
สวัสดีค่ะ....พี่เอก
หนูเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบชื่นชมการถ่ายภาพ มุมมอง และแนวคิดของพี่มาก
เข้ามาที่นี่บ่อยครั้ง ดูเรื่องราวที่พี่ถ่ายทอดผ่านโลกอินเตอร์เน็ตแห่งนี้
ทั้งตัวอักษร และภาพถ่าย ชอบมากค่ะ
มาวันนี้อยากรบกวนให้พี่แนะนำ แนวคิดในการสร้างสรรค์ผลงานหน่อยค่ะ
แบบว่า....จะประกวดภาพวาด เกี่ยวกับในหลวงค่ะ อิอิ
หรือเผื่อว่าพี่มีภาพเก็บสะสมไว้อะค่ะ
รบกวนด้วยนะคะ........ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
( ^______^ )
ekanake เมื่อ ศ. ๑๕ มิ.ย. ๕๐ เวลา ๑๗.๔๕ น.
คุณ jimmie === ขอบคุณที่แวะมาทักทายนะครับ ขอให้หายเหนื่อยไว ๆ
ดีใจ ที่มุมเล็ก ๆ ตรงนี้ เป็นจุดแวะพักให้กันได้ :-)
น้องนะโม === ขอบคุณเหมือนกันครับ อืม.. เรื่องประกวดนี่ไม่ค่อยถนัดเลยครับ ไม่รู้ว่าจะแนะอย่างไรจริง ๆ .. แต่หากมีอะไรที่พอจะบอกได้ ก็คงอยากฝากความคิดเล็ก ๆ ไว้ จะทำอะไรก็แล้วแต่ สำคัญที่สุดน่าจะมาจาก "ข้างใน" ครับ ยกตัวอย่างตัวเองก็ได้ อย่างเรื่องถ่ายรูป พี่ก็ไม่ได้เก่ง ไม่ได้ถ่ายสวยขนาดประกวด แต่การถ่ายรูปสำหรับพี่แล้วเป็นการ "พักผ่อน" และเป็นการ "ออกกำลัง" ทางความคิด .. ทำให้พี่ชอบมองเรื่องต่าง ๆ ในอีกมุมนึง ทำแล้วมีความสุข สุขแล้วก็อยากแบ่งปันไปให้คนอื่นด้วย
เลยเป็นที่มาของมุมเอกเขนกแห่งนี้ ที่งานยุ่งขนาดไหน ช้านานยังไง ก็ต้องพยายามมาแบ่งปันเรื่องราวกันบ้าง ปันแล้ว มีคนอ่าน มีคนได้รับความรู้สึกดี ๆ .. แค่นี้ก็ยิ้มแล้วครับ
อาจไม่ได้ตอบคำถามน้องนะโมตรงใจ ว่าแนวคิดสร้างสรรค์จะเป็นยังไง
แต่อยากให้ลองคิดสิ่งที่พี่บอกดู หากทำจากข้างใน ความคิดสร้างสรรค์หรือมุมมอง ก็จะเป็นของเราเอง และเมื่อทำแล้ว แม้ไม่ได้รางวัลอะไรเลย.. "ข้างใน" เราก็อมยิ้มครับ
อืม... แต่หากได้รางวัลมา อย่าลืมแบ่งกันด้วยนะครับ ขอให้โชคดี :-)
jimmie เมื่อ จ. ๑๘ มิ.ย. ๕๐ เวลา ๐๕.๑๐ น.
nothing to say ==== I said all things. Wait for new one. And try to create my own blog, if it does work, I may invite you tocomment my perspective. ขออภยที่ใช้ภาษาอังกฤษ พิมพ์ไม่ค่อยคล่ง และทำให้สะกดผิดบ่อยครั้ง แต่ถ้าว่าง เชิญเข้าใจวิจารณ์ที่ geocities.com/anuchitt มั๊งครับ
คืนนี้ยังไม่เอกเขนก อากาศร้อนมาก
Pop Tip and Nong Waan เมื่อ พ. ๒๐ มิ.ย. ๕๐ เวลา ๒๒.๑๒ น.
ระลึกถึงเสมอครับ..
นะโม เมื่อ พฤ. ๒๑ มิ.ย. ๕๐ เวลา ๑๑.๓๔ น.
ขอบคุณนะคะ...สำหรับคำแนะนำที่ดี
ไว้ผลงานออกมายังไงจะรายงานผลให้ทราบภายหลังค่ะ
( ^_______^ )
กุลสตรีที่มีแฟนแล้ว เมื่อ พฤ. ๒๘ มิ.ย. ๕๐ เวลา ๒๒.๒๕ น.
อยากถ่ายรูปเก่งๆ อย่างพี่มั่งจังอ่ะ .. รูปสวยมั่ก มัก
เปิดเว็บมาเจอโดยบังเอิญ ประทับใจมากมาย
แล้วจะแวะมาอีกฮับ
jimmie เมื่อ อ. ๑๐ ก.ค. ๕๐ เวลา ๑๙.๑๕ น.
คุณเอกงานเยอะมั๊ยครับ แวะมาทักทาย แต่เข้ามาดูเป็นระยะอยู่แล้วครับ
ติดใจภาพเลนส์แคบ(เรียกแบบนี้รึเปล่า)ซะแล้ว
ชอบดูถาพมากกว่าถ่ายภาพ เพราะต้องใช้เวลากับมันจริงๆ