home story gallery wallpaper

ข้างหลังภาพ

“ภาพหนึ่งภาพ แทนถ้อยคำนับพัน”

จากเมื่อก่อน ยามว่างมานั่งเก็บเรียงฟิล์มที่ล้างอัดแล้วเข้าเป็นชุด ๆ
ตอนนี้ ใช้เวลานั่งเรียงไฟล์ภาพเข้า folder เป็นหมวด และสำรองข้อมูลไว้
เวลาเปลี่ยน ... วิธีการที่จะใช้บันทึกภาพก็เปลี่ยนแปลงไป
แต่สเน่ห์และคุณค่าของภาพ ๆ หนึ่ง ยังคงซ่อนอยู่ในรายละเอียด
สำหรับผู้ที่มองเห็น และรับรู้อยู่เช่นเดิม

ความชอบถ่ายรูปของผม ... เริ่มมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วครับ
ได้มีโอกาสหัดเรียนบ้าง แต่ก็ไม่ได้เอาดีจนเป็นอาชีพ หรือเทิร์นโปร
คงจัดวางตัวเองเป็นนักบันทึกภาพขั้น “สมัครใจ”
คือ ถ่ายเล่น ๆ บ้าง ถ่ายจริงจังบ้าง ตามแต่ใจและโอกาสจะเอื้อให้

ยังจำกล้องตัวแรกที่ได้มีเป็นของตัวเองได้ดี
เป็นกล้องฟิล์มแบบอัตโนมัติยี่ห้อ “ฟูจิ” รุ่นที่พี่เบิร์ดเป็นพรีเซนเตอร์
เรียกกันติดปากว่า “กล้องฟูจิ เบิร์ด” นั่นแหล่ะครับ
(แหม.. เล่าแบบนี้ ทายอายุกันได้พอดี อิ...อิ)
กล้องที่ว่า ก็ได้มาเพราะคุณแม่เอารูปไปอัดเยอะ เลยได้กล้องเป็นของรางวัล
กล้องตัวนี้ใช้งานง่ายมาก... เพราะกดถ่ายได้อย่างเดียวครับ
เลยกดเรื่อยเปื่อย จนตอนไปล้างอัดนั่นแหล่ะ
คุณแม่ให้ออกเงินเอง ... หน้าเลยเปื่อยแทน :-)
หลังจากนั้น เลยต้องกดแบบยั้ง ๆ มีการขอมติจากที่ประชุมก่อน ค่อยถ่าย ...

ถัดจากนั้นก็มีกล้องคอมแพ็กของที่บ้านให้ได้แอบมาลองเล่นอีกสองสามตัว
เริ่มเป็นรุ่นมีเลนส์ซูมเข้าซูมออก มีโฟกัสหลายจุด
ที่บ้านเห็นชอบถือกล้อง หลัง ๆ เลยได้รับหน้าที่ถ่ายภาพเล่น ๆ เวลามีงานกัน

จนเข้าเรียนมหาวิทยาลัย จึงได้เริ่มสัมผัสกล้อง SLR
ที่สามารถถอดเปลี่ยนเลนส์หลายแบบ ตามสภาพการใช้งาน
โลกการถ่ายภาพของผมก็เริ่มเปิดกว้าง และทำให้สนุกกับการกดชัตเตอร์มากขึ้น
ช่วงเรียนปีสองปีสาม ... มีงานรับปริญญา ก็อาสาไปรับถ่ายรูป เติมต่อประสบการณ์
เรื่องรายได้จากงาน เป็นเรื่องรอง
เอาว่าได้หามุมถ่ายรูป และพี่ ๆ บัณฑิตชอบภาพของเรา ก็ยิ้มหน้าบานแล้วครับ
ยิ่งหากเป็นพวกพี่ที่ติดต่อมาเป็นกลุ่ม เราก็นัดเพื่อน ๆ กันเป็นทีมไปถ่าย
เรียกว่า คนรับปริญญาก็เพื่อนกัน พวกช่างภาพมือใหม่ก็เพื่อนกัน
เลยเฮฮาสนุกสนานมาก... ไม่ถ่ายอย่างเดียว พวกผมคิดท่า จัดฉาก วางพร็อพ (ของประดับฉาก)
แถมยัง วิ่งซื้อน้ำให้พี่ ๆ กางร่ม แบกของ ขนช่อดอกไม้ พวกผมเอาหมด...
พวกพี่ก็ชอบสิครับ เรียกว่าเป็นช่างภาพ 3-in-1
อยากให้พี่ ๆ เขารู้สึกเป็นธรรมชาติที่สุด เลยไม่ค่อยชอบถ่ายภาพแนวคลาสสิค
ประเภทยืนตรงเอียงตัว 45 องศา ... ยิ้ม ... แช๊ะ!
ภาพส่วนใหญ่ที่พวกผมถ่าย พยายามสอดแทรกบรรยากาศ และความเป็นตัวตนของพี่คนนั้นเอาไว้ด้วย
หวังว่า วันนึงเวลาพี่ ๆ มาเปิดอัลบั้มดูเมื่อหลายปีผ่านไป ภาพบรรยากาศและความรู้สึกในวันนั้น
จะลอยจาง ๆ มาให้นึกถึงบ้าง

จากงานถ่ายภาพรับปริญญา ซึ่งพอปีท้าย ๆ ก็ไม่ได้รับถ่ายอีก ยกเว้นถ่ายให้คนที่สนิทกันจริง ๆ
งานถ่ายรูปของผมก็เป็นแบบสมัครใจเต็มตัว
คือ ได้ไปเที่ยวก็ถ่าย บางทีอยู่บ้านเฉย ๆ เห็นอะไรเก๋ ๆ ก็รีบไปหยิบกล้องมาถ่ายเก็บไว้
สำหรับช่างภาพขั้นสมัครใจ กล้องที่ใช้ก็ไม่จำกัด
ทุกวันนี้ ใช้กล้องแบบเอาสะดวก ตั้งแต่กล้องตัวใหญ่ยามมีโอกาสถ่ายภาพพิเศษ ๆ
กล้องดิจิตอลตัวเล็ก ๆ พกง่าย ยกมาถ่ายแบบ snap shot ได้ทันใจ
หรือแม้แต่กล้องในโทรศัพท์มือถือ ผมว่าก็ช่วยบันทึกความทรงจำได้ดีไม่แพ้กัน
อุปกรณ์ก็เป็นส่วนประกอบสำคัญ แต่ไม่ทั้งหมด
มุมมองในการมองภาพเบื้องหน้า แล้วเปลี่ยนมาบันทึกไว้เป็นภาพในมือ .. สำคัญกว่า

ผมว่า...
ความชอบถ่ายภาพ สอนให้คนเราช่างสังเกตมากขึ้น
เวลามองสิ่งของอย่างเดียวกัน คนชอบถ่ายรูปจะพยายามมองหลาย ๆ มุม
ให้เห็นมุมที่แตกต่าง และมีรายละเอียดมากขึ้น
บางครั้ง ความสวยงามก็มาจากรายละเอียดเล็กน้อยที่มีอยู่ในความเรียบง่ายเบื้องหน้า

และความที่ชอบถ่ายรูป ก็ทำให้ผมเรียนรู้ที่จะเดินให้ช้าลง รู้จักหยุด รู้จักถอยหลังบ้าง
หลาย ๆ ครั้ง ขับรถผ่านจุดสวย ๆ แปลกตา ในใจจะคิดว่าหากเลยไปแล้ว
ไม่รู้จะมีโอกาสเก็บภาพแบบนี้อีกไหม ... ข้อสำคัญ คืออยากแบ่งปันภาพที่เห็นเบื้องหน้ากับคนอื่นบ้าง
คิดแค่นี้ เท้าก็ชะลอคันเร่ง มือเปลี่ยนเข้าเกียร์ถอยหลัง
ใครจะว่า ชีวิตต้องเดินไปข้างหน้า แค่หยุดอยู่กับที่ก็เท่ากับถอยหลังแล้ว
ผมว่า... ในบางครา การรู้จักถอยหลัง ก็ช่วยเติมพลังให้เราก้าวไปข้างหน้าด้วยความรู้สึก “อิ่ม” มากกว่าเดิม

=====================================================

อาทิตย์ก่อน โทรมกลับมาจากงานที่หลวงพระบาง
บนโต๊ะ มีซองจดหมายวางอยู่ เห็นสีชมพูก็พอจะบอกได้ว่าเป็นการ์ดแต่งงาน
เปิดดูก็พบว่าเป็นของเพื่อนรุ่นน้องที่จุฬาฯ
กำลังจะเข้าพิธีวิวาห์กับหนุ่มที่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยประถม งานจัดที่ลำปาง
ลำพังการ์ดใบเรียบง่ายก็ทำให้ผมยิ้มยินดีแล้ว
แต่ในซองยังสอดภาพเล็ก ๆ ของทั้งคู่ โดยว่าที่เจ้าสาวยังอยู่ในชุดนิสิต
ภาพดูคุ้นตา แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไร
กำลังจะเก็บทั้งการ์ดและภาพคืนเข้าซอง แล้วจดลงปฏิทินเพื่อกันลืม
สายตาเพิ่งสังเกตเห็น ด้านหลังภาพมีข้อความสั้น ๆ เขียนด้วยลายมือไว้...


ยังว่า ... ภาพดูคุ้นตา
คนความจำสั้นอย่างผม ลืมว่าภาพนี้ตัวเองถ่ายให้เขาไว้ (หน้าเขกกะโหลกเสียจริง)

ตอนแรกว่าจะขึ้นไปลำปางแต่ตัว แบบง่าย ๆ สบาย ๆ
เปลี่ยนความตั้งใจ ... ต้องสะพายกล้องไปด้วยเสียแล้ว
คนถ่ายภาพมือสมัครใจ อยากเป็นส่วนหนึ่งของความรู้สึกดี ๆ ข้างหลังภาพ
อีกสักครั้ง
...

นู๋ปุ่น เมื่อ พฤ. ๒๖ ต.ค. ๔๙ เวลา ๑๑.๕๑ น.

จริงอย่างที่พี่เอกบอกมาแหละค่ะ...ภาพทุกภาพมีความหมาย มีอะไรหลายอย่างซ่อนไว้มากมาย ทุกครั้งที่ปุ่นได้ดูภาพเก่าๆของตัวเอง มันทำให้ความทรงจำเก่าๆผุดขึ้นมา บางภาพทำให้เรายิ้ม บางภาพดูแล้วก็ร้องไห้(คิดถึงวันวาน)..แต่ๆยังไงๆทุกภาพก็ทำให้เราได้รู้สึกดีทุกที
เดี๋ยวนี้ปุ่นหัดถ่ายภาพวิวมากขึ้น เห็นท้องฟ้าแปลกๆไม่ได้ ชอบถ่ายเก็บไว้ นึกเอาไว้ว่าสักวันหนึ่งอาจจะมีโอกาสได้ให้พี่เอกดูแล้วก็ให้คำแนะนำ^^ ที่พักนี้ชอบถ่ายรูปขึ้นมา ก็ได้แรงบันดาลใจจากพี่เอกนี่แหละค่ะ..รู้สึกว่าภาพทุกภาพของพี่เอก มองไปแล้วมันเหมือนไม่ใช่แค่ภาพ...บางทีมันทำให้รู้สึกได้ถึงบรรยากาศจริง ดูภาพที่พี่เอกถ่ายกี่ครั้งก็ยังทำให้รู้สึกดีได้ทุกๆครั้งค่ะ

ล.ป.(ลืมไป) ถ้ามีโอกาสก็อยากจะส่งรูปที่ปุ่นถ่ายให้พี่เอกดูบ้างจังค่ะ แต่ปุ่นไม่รุ้จะส่งยังไง อิ_อิ..

Nok เมื่อ ศ. ๒๗ ต.ค. ๔๙ เวลา ๑๑.๒๐ น.

รูปที่พี่เอกถ่ายทุกรูป มีความสวยงามในรูปเสมอๆ และแน่นอนมีความหมายในตัวของรูปเองด้วย อย่างน้อยก่อนที่จะถ่ายก็ได้ฉุกคิดแล้วว่า เป็นคน หรือสิ่งของ หรือสถานที่ ที่เราอยากจะเก็บความทรงจำเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้นไว้ และการที่มีคนเข้ามา post ก็แปลว่าพี่เอกกำลังแบ่งปันความทรงจำเหล่านั้นให้คนอ่านอยู่ด้วย หวังว่าพี่เอกคงสบายดีนะ

pop เมื่อ ศ. ๒๗ ต.ค. ๔๙ เวลา ๑๙.๐๐ น.

หยกแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้เรื่องเลยวานบอกครับ

ekanake เมื่อ อา. ๒๙ ต.ค. ๔๙ เวลา ๒๒.๕๘ น.

คุณนู๋ปุ่น - ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียนกันเสมอนะครับ หากมีรูปหรือเรื่องราวดี ๆ อยากแบ่งปันกันก็ส่งมาได้ครับ
ekanake@hotmail.com

น้องนก - พี่สบายดีครับ ขอบใจมาก หวังว่าเราคงเหมือนกัน :-)

Pop - หยกจะแต่งต้นเดือนธ.ค. ที่ลำปางครับ

piggy เมื่อ จ. ๓๐ ต.ค. ๔๙ เวลา ๑๖.๕๔ น.

อ่านเรื่องของพี่เอกทีไร ทำให้รู้สึกจิตใจสงบและเย็นทุกทีเลย (^-^)

ส้มแป้น เมื่อ พฤ. ๒ พ.ย. ๔๙ เวลา ๐๓.๑๕ น.

แวะเข้ามาเยี่ยมค่ะ
แอบ มาอ่านแบบเงียบๆ และ บางทีก็หายไปนานๆ

เรื่องเล่าจากการ์์ดแต่งงาน น่ารักจัง

เอ เมื่อ อ. ๗ พ.ย. ๔๙ เวลา ๐๒.๒๐ น.

ฮ่าาา จำได้ เอกยังมาช่วยถ่ายวันซ้อมตอนรับปริญญาตรีให้เราทีนึง thank you mak mak naja

  © 2004 - 2008 EKANAKE.net. All rights reserved.