home story gallery wallpaper

ไปดู...ดูไบ Dubai@First Sight

ก่อนอื่นต้องขออภัยพี่น้องผองเพื่อน ที่ถามไถ่กันมาเป็นระยะ
ว่านายเอกเขนกหายศีรษะไปไหน... เว้นเรื่องราวทิ้งค้างไว้เป็นเดือน
บางคนบ่นเฉย ๆ พอให้ได้ยิน บางคนบ่นแล้วเขียนมาทิ้งไว้ใน mailbox
แถมแช่งไว้หากไม่ส่งต่อภายในสามวันเจ็ดวัน จะมีอันเป็นที่รัก ว่าไปนั่น...
อ่านแล้วอมยิ้มครับ... แหม ก็แปลว่าคิดถึงกัน
ถือเสียว่า เป็นการเว้นวรรคไว้ให้คิดถึงนะครับ
หากใครอ่านแล้วยังงง ๆ ขอให้กลับไปอ่าน เป็น อยู่ คือ ของเดือนสิงหาคม 47 นะครับ
(โฆษณาของเก่าไปก่อน อิ..อิ)

ช่วงที่ผ่านมา ตั้งแต่สงกรานต์แล้ว
มีเรื่อง มีภาพเก็บไว้ แต่ไม่มีโอกาส จังหวะ และอารมณ์เอื้อให้เขียนถึง
งานการทำให้ต้องยุ่งสารพัด จนหัวใจไม่ค่อยได้เต้นนิ่ง ๆ
นี่ก็เพิ่งกลับมาจากงานออกบูธที่ดูไบ
ไม่ต้องร้องอิจฉา ... เพราะไม่ได้เที่ยวไหนหรอกครับ นอกจากครึ่งวันสุดท้ายก่อนขึ้นเครื่องกลับ
ไม่เชื่อ... ลองตามมาดูกันครับ ว่ากิจวัตรการไปเยือนเมืองดูไบครั้งแรกในชีวิตเป็นอย่างไรบ้าง
เอกเขนกการทัวร์ ภูมิใจเสนอ...

==========================================

ต้นเดือนพฤษภาที่ผ่านมา
ผมเหินฟ้ามาเยือนดูไบ ในฐานะตัวแทนบริษัทมาเปิดบูธแสดงสินค้า
ในงาน Gulf Beauty 2005
ซึ่งเป็นงานแสดงผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมด้านเครื่องสำอางที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคตะวันออกกลาง
แรกเริ่มเดิมทีนั้น งานเตรียมจัดที่ World Trade Center ของดูไบ
แต่ก็มาเปลี่ยนสถานที่ในช่วงนาทีสุดท้าย เพราะลูกของเชคจะจัดพิธีมงคลสมรส ต้องใช้สถานที่
บรรดาผู้จัดงาน (Exhibitor) ทั้งตาดำ ๆ และตาน้ำข้าว ต่างก็ต้องระเห็จมาจัดบูธที่ Airport Expo
ซึ่งยังสร้างไม่เสร็จดีแทน

ลักษณะงานก็ใหญ่ประมาณอิมแพคบ้านเรานั่นแหล่ะครับ
แต่การตกแต่งบูธของประเทศต่าง ๆ ก็อลังการงานสร้างมาก โดยเฉพาะฝรั่งเศส
เพราะขานี้เป็นพี่ใหญ่ด้านความงามของยุโรป
ตุรกีก็ไม่เบา ประเทศเขาวางแผนเป็นศูนย์กลางด้าน Cosmetic ในอนาคต
ส่วนของทางเอเชียเรา เรื่องบูธสวยงามต้องยกให้เกาหลีครับ
การตกแต่งยิ่งใหญ่ไม่แพ้ใคร บางบูธนั้นเหมือนมาสร้างหน้าร้านจริง ๆ ภายในงานเลย
Pretty ในบูธก็ละหม้ายนักแสดงทาง Asian Series ที่เห็นในจอโทรทัศน์ อิ..อิ

มาถึงบูธของ Thailand Pavilion ก็เป็นแบบเรียบง่าย
เพราะเรามาแบบน้องเล็ก ส่วนใหญ่เป็นบูธมาตรฐาน
แต่ก็อัดแน่นด้วยคุณภาพครับ
เพราะ Thailand ก็มีชื่อในเรื่องของ Spa มากพอสมควร
ลูกค้าต่างประเทศแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนบูธที่ขายผลิตภัณฑ์ด้านนี้กันหนาตา

ส่วนบูธของผม ก็เรื่อย ๆ ครับ
สินค้ายังไม่ตรงกับตลาดแบบ 100% แต่ก็มีลูกค้าสนใจมากพอสมควร
สำหรับการมาออกงานแบบนี้ครั้งแรก

ที่น่าขำก็คือ ช่วงวันแรกนั้น
มีคนมายืน ๆ แถวหน้าบูธผมเยอะมาก
แต่ก็ไม่ได้เข้ามาสอบถามอะไร
ผมเลยต้องออกไปสอบถามเอง
เลยได้ความว่า บริเวณส่วนอื่น ๆ ของ Thailand Pavilion นั้นร้อนมาก
มีปัญหาเรื่องระบบปรับอากาศ
แต่บูธผมนั้นโชคดีสุด ๆ อยู่ตรงกับช่องแอร์หลักของ Hall เลยมีกระแสลมเย็นมาตลอด
เห็นได้จากผีเสื้อสีสวยที่ผมแขวนประดับบูธปลิวไสวกันใหญ่
ก็เลยถึงบางอ้อ... อ๋อ เค้ามาทำตากลมตากลมกันนั่นเอง :-)
(กรุณาเว้นวรรคอ่านออกเสียงให้ได้จังหวะนะครับ)

กิจวัตรการทำงานของผมและเจ้าหน้าที่อีกท่านที่ไปด้วยกัน
คือการตื่นมาจัดเตรียมเปิดบูธ
แล้วก็ต้อนรับ Buyer ที่มาเยี่ยมชม
ส่วนใหญ่ก็เป็นการตอบคำถามเกี่ยวกับตัวสินค้า
แล้วก็อ่านเกมการเจรจา หากรายไหนมีแนวโน้มที่ดี ก็พยายามปิดการขายให้ได้ Order
ซึ่งส่วนใหญ่ในงานแบบนี้ จะค่อนข้างยากครับ โดยมากจะติดต่อกันหลังงานมากกว่า

เกือบทุกวันก็จะยืนอยู่ที่บูธแล้วมีโอกาสสลับกันไปทานข้าวตอนประมาณเกือบบ่ายสาม
เพราะช่วงบ่ายคนจะว่างหน่อย Buyer หลายคนเป็นมุสลิม ก็จะมีการทำละหมาดในช่วงนั้น
ยืนอยู่ในงานจน 6 โมงเย็น เก็บของ ขึ้นรถกลับมาโรงแรม
Exhibitor คนอื่น ๆ ก็แยกย้ายไปทานอาหาร
บางคนไป Shopping ... บางคนมาหลายครั้งแล้ว มีลูกค้าที่ดูไบ ก็จะนัดไปทานข้าวกับลูกค้า

ส่วนตัวผมนั้นแพ็คของตัวอย่างลงกระเป๋าลาก
ถอดสูท พับแขนเสื้อ
แล้วเดินไปตลาดค้าส่งที่อยู่ห่างจากโรงแรมไปประมาณ 20 นาที

อากาศช่วงค่ำไม่ค่อยร้อนเหมือนตอนกลางวัน
เดินดูสภาพบ้านเมืองไปเรื่อย จนถึงตลาดค้าส่ง
แล้วก็เลือกร้านเข้าไปแนะนำตัว วางตัวอย่างสินค้า และพูดคุยทำความรู้จัก
ฟังดูเหมือนเซลล์ขายที่กรองน้ำเลยครับ
ไม่เคยทำมาก่อน... แต่ก็เป็นงานในหน้าที่
ถือว่าได้ประสบการณ์ชีวิตเหมือนกัน :-)

ที่ต้องมาเจาะร้านค้าส่ง
เพราะดูไบเป็นศูนย์กลางการค้า
หลายประเทศในตะวันออกกลาง ไปจนถึงแอฟริกา
มาสั่งของจากที่นี่... เพราะฉะนั้นหากจะทำตลาด
ต้องไปศึกษาข้อมูลของประเทศเหล่านั้นว่าต้องการสินค้าอะไร
แล้วส่งมาขายที่ดูไบ... เพราะเขามาซื้อกันที่นี่

ร้านค้าที่ตลาดนี้จะปิดกันประมาณ 4 ทุ่ม
เราถึงค่อยได้ทานข้าวเย็น แล้วก็เดินกลับที่พัก
อาบน้ำอาบท่า เตรียมเอกสารสำหรับวันรุ่งขึ้น
กว่าจะได้นอนก็เลยเที่ยงคืนไปแล้ว
เป็นอย่างนี้ทุกวัน จนวันกลับ
เพราะฉะนั้นกลับมาบ้าน คนรอบข้างจึงนึกว่าไปชายแดน
บักโกรกเรียกพี่เลยครับ

=============================================

จั่วหัวว่าเรื่องดูไบ แต่ยังไม่ได้เล่าถึงดูไบเท่าไหร่เลย
กะว่าจะเขียนให้จบในตอน
แต่เรื่องราวมีเยอะมาก... คงต้องต่อตอนสอง
ตอนหน้ามีเกร็ดสนุก ๆ ที่แอบเก็บมาระหว่างทาง
ไว้มาเที่ยวกันต่อนะครับ :-)

pop เองพี่ เมื่อ อา. ๒๒ พ.ค. ๔๘ เวลา ๑๘.๓๓ น.

เรื่องราวยอดเยี่ยมเหมือนเดิมครับ
แต่อยากดูรูปอีกอะพี่

Nok เมื่อ จ. ๒๓ พ.ค. ๔๘ เวลา ๐๐.๒๒ น.

พีเอก..ดีใจมากๆๆที่ได้อ่านเรื่องดีๆที่นี่อีกครั้งค่ะ ประสบการณ์แปลกใหม่ที่ได้รู้ คงจะไม่สามารถหาได้ที่ไหน รออ่านภาค 2 นะคะ

tip เองพี่ เมื่อ พ. ๒๕ พ.ค. ๔๘ เวลา ๑๒.๐๓ น.

รออ่านตอนหน้านะคะ หวังว่าเกร็ด สนุกๆ ที่จะเล่าให้ฟัง
พี่เอกคงไม่ได้ไปทะเลาะกับแขก เหมือนที่ทิพย์กับป๊อปชอบทำนะ
อย่าลืมลงรูปสวยๆ เยอะๆ นะคะ

กะทิเอง เมื่อ พฤ. ๒ มิ.ย. ๔๘ เวลา ๐๕.๒๔ น.

เราเองเอกภพ กะทิไง เราจำได้ว่ามีเวบนี้อยู่ เข้ามาแวะเวียนบ้าง แต่ไม่ได้เขียนลงไป ชอบอ่านทุกอย่างที่ขวางหน้าอยูแล้ว ไว้วันหลัง เราจะเขียนไปให้อ่านบ้าง แต่อาจจะแบบเสี่ยวๆ แต่น้อยกว่ากุ๊กไก่

ไอ้เม่นเองด้วย เมื่อ อา. ๕ มิ.ย. ๔๘ เวลา ๑๙.๐๐ น.

นับว่าหายไปนานจริงๆครับ อ่านเรื่องเก่าๆนึกว่าทำงาน Freelance อยู่นะครับเนี่ย ... อ้อ รูปแรกท้องฟ้าไล่ Gradient สวยดีคร้าบ

Em เมื่อ ศ. ๑๕ ก.ย. ๔๙ เวลา ๑๒.๕๓ น.

กำลังจะไปดูไบวันที่ 28กันยายน นี้แหล่ะจ้า แล้วจะเก็บรูปสวยๆมาฝาก ถ้า post รูปในนี้ได้นะ พี่ wepmaster อนุญาตินะ เอ็มไปเที่ยวมาหลายที่แล้วหล่ะค่ะพี่ ไม่ว่าจะเป็น สิงคโปร์ ฟิลิปปิน ออสเตรเลีย และก็ ลาว เห็นเวปพี่ลงแบบนี้แล้วชอบ เลยอยากร่วมแจมความสุขเผื่อเพื่อนๆ ส่วนเวปไซท์เอ็มก็ www.divebluerock.com เข้าไปดูสิ ที่ดำน้ำสวยๆทั้งนั้น ขอบคุณค่ะ ที่ให้ร่วมแจม

jessie เมื่อ ศ. ๑๓ ต.ค. ๔๙ เวลา ๐๑.๐๑ น.

ช่วยบอกดิฉันทีว่าการขอวีซ่า 1เดือน ทำอย่างไรบ้าง นะคะ จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง

Leena เมื่อ อ. ๒๔ ต.ค. ๔๙ เวลา ๒๑.๕๔ น.

ถ้าไปกับสายการบินเอมิเรสต์ก็ทำวีซ่าผ่านเค้าก็ได้นะคะ แต่ถ้าจะไปการบินไทย ต้องทำวีซ่ากับบริษัททัวร์ เคยไปกับออสการ์ฮอลิเดย์ทัวร์ ค่าทำวีซ่า 4000 บาท ใช้เวลาไม่เกิน 7 วันทำการ ได้เป็นวีซ่า 1 เดือนค่ะ ลองสอบถามดูที่ 0-2267-2323 นะคะ เคยติดต่อคุณแตน ต่อ 109 บริการดีค่ะ (แต่ตอนนี้กะลังลองหาที่อื่นที่ถูกกว่านี้อยู่เหมือนกัน)

การ์ตูน เมื่อ ศ. ๒๗ มิ.ย. ๕๑ เวลา ๒๒.๕๙ น.

ขอถามหน่อยนะค่ะ พอดีว่ามีคนเล่าให้ฟังว่าที่ ดูไบ มีทองเยอะมากๆๆ
ที่สำคัญเค้าบอกว่า ขายเป็นแบบ กิโล ด้วย
กิโล ละ สองหมื่นกว่าบาทนี่แหละค่ะ
อยากถามว่าที่นั่นเค้าขายกันแบบนี้จริงหรือเปล่าค่ะ
(อยากทราบมากๆๆเลย ตอบด้วยนะค่ะ)
ขอบคุณมากๆๆค่ะ

การ์ตูน ( p.paladaechanon@hotmail.com) เมื่อ ศ. ๒๗ มิ.ย. ๕๑ เวลา ๒๓.๐๒ น.

ตอบผ่านทางนี้ก้อได้นะค่ะ อยากทราบรายละเอียดเกี่ยวกับประเทศ ดูไบนะค่ะ(p.paladaechanon@hotmail.com)

ekanake เมื่อ ส. ๒๘ มิ.ย. ๕๑ เวลา ๑๕.๓๑ น.

ตอบไปทาง email แล้วนะครับ :-)

  © 2004 - 2008 EKANAKE.net. All rights reserved.