มุกดาหารถึงบางกอก กับงานออกพรรษา

หาย หน้า จาก หน้าจอ ไปหลายวันนะครับ
พอดีติดภารกิจไปเรื่องงานที่มุกดาหารและลาวตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
(แหม.. ลาวอีกละ ช่วงนี้ชีวิตติดพันกับประเทศนี้เหลือเกิน)
ช่วงออกพรรษา แทบทุกจังหวัด อืมมม... ต้องเรียกว่า ทุกพื้นที่ที่นับถือพุทธศาสนา
จะมีการจัดงานออกพรรษาทั้งนั้นครับ
งานที่ผมไปดูแล คืองานแจกตัวอย่างสินค้าให้กับพี่น้องชาวลาวที่จะข้ามมาเที่ยวที่จังหวัดมุกดาหาร
และดูแลการออกบูธงานที่แขวงสะหวันเขต ประเทศลาว ในช่วงงานออกพรรษานี้ด้วย

ที่จังหวัดมุกดาหาร และแขวงสะหวันเขต มีด่านข้ามแดนที่คนสองประเทศใช้เดินทางติดต่อกัน
ด้วยการนั่งเรือข้ามแม่น้ำโขง ขนสินค้าและไปมาหาสู่กันมานาน
ทุกปีช่วงออกพรรษา จะมีการแข่งขันเรือยาวประเพณี
วันที่ข้ามมาแข่งฝั่งไทย ด่านลาวจะเปิด
คนลาวซื้อบัตรผ่านแดนเพียงครั้งเดียวก็ข้ามไปมาได้ไม่จำกัดเที่ยว
แล้วพอวันที่ข้ามไปแข่งฝั่งลาว คนไทยก็จะได้บัตรผ่านแดนพิเศษเช่นเดียวกัน

งานของผมคือการแจก Sampling ให้คนลาวที่ข้ามมาเที่ยวฝั่งไทย
ซึ่งปีนี้ ตรงกับวันที่ 26 ตุลาคมครับ
เริ่มเตรียมงานแต่เช้าตรู่ มีพ่อค้าแม่ขายมาตั้งเต้นท์ กางโต๊ะ เตรียมขายของกันหนาตา
พื้นที่บริเวณ วัดศรีมงคลใต้ ที่อยู่ใกล้กับ ด่าน ก็ถูกจัดเป็นสวนสนุกชั่วคราว
มีทั้งม้าหมุนและชิงช้าสวรรค์ รวมทั้งสไลเดอร์ที่เด็ก ๆ ต่อคิวรอเล่น
พอได้เวลา... พี่น้องชาวลาวก็ข้ามฝั่งมาเยือนจังหวัดมุกดาหาร
ซึ่งพาหนะที่ใช้ ไม่ใช่เรือข้ามแม่น้ำธรรมดา
หากแต่เป็น แพขนานยนต์ที่มีไว้ขนรถบรรทุกสินค้าข้ามแม่น้ำ
ขนคนลาวรอบละเกือบพันคนข้ามมา...

พื้นที่บริเวณด่านก็ถูกปิดไม่ให้ใช้ ... ไม่เช่นนั้น ด่านแตกแน่ครับ :-)
เขาให้คนเดินขึ้นบริเวณตลิ่งดินด้านข้างด่านแทน
ไม่มีการตรวจเอกสาร พอลงจากแพขนานยนต์ก็กรูขึ้นฝั่งได้เลย
โดยทุกคนต้องติดบัตรผ่านแดน เป็นกระดาษสีชมพูใบเล็ก ๆ
จะได้แยกออกว่าไหนคนไทย ไหนคนลาว
ผมไปชะโงกดูแล้วก็ตกใจครับ คนเยอะจริง ๆ
แพขนานยนต์ก็ทยอยข้ามมาเทียบท่าเป็นช่วง ๆ
กลุ่มคนเดินไหลเหมือนน้ำเลยครับ
ลมแม่น้ำพัดแรงมาก ฝุ่นดินสีแดงจากตลิ่งพัดฟุ้งไปทั่วบริเวณ
หลายเต้นท์ต้องพับเก็บกลับบ้านก่อน เพราะสู้แรงลมและฝุ่นไม่ไหว
แต่พวกผมต้องอยู่ตลอดสามวัน เลยยืนปักหลักกันยาว ไม่มีถอย...

มุมมองที่น่าสนใจก็คือ
คนลาวข้ามมาบ้านเราแล้ว เขาไปเที่ยวไหน หรือมาซื้อของอะไรบ้าง

สินค้าที่ขายดีมาก คือหอยแครง ผ้านวม เสื่อ และเสื้อผ้าครับ
ของกินไม่ว่าจะเป็นน้ำ หรือขนมอะไรก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
บูธขายผ้านวมกับเสื่อที่อยู่ข้าง ๆ ผมก็ขายกันไม่ทันเลยครับ
แต่พวกของใช้อุปโภค บริโภค ขายกันแทบไม่ค่อยได้
พี่น้องลาว มุ่งหน้าไปซื้อที่ห้าง คุ้มค่า (เทสโก้ โลตัสขนาดย่อส่วน) ที่อยู่ในเมือง
เหมารถสามล้อสกายแล็ปไปกันเป็นกลุ่ม ๆ
พอบ่าย ก็มานั่งรอเรือกลับ แต่ละคนถือถุงห้างมากันทั้งนั้น
ผมเดินทางไปสำรวจห้างที่ว่าบ้าง ว่าเป็นอย่างไร
เข้าไปในนั้นแล้วก็สะอึกครับ
ป้ายสัญลักษณ์ต่าง ๆ ก็มีภาษาลาวกำกับด้วย เรียกว่าเตรียมไว้รับคนลาวเลยทีเดียว

วิถีชีวิตเปลี่ยนไปเยอะ ทุกอย่างอยู่ในห้างหมด
ท้ายสุด แม้แต่ชีวิตก็คงสำเร็จรูปไปด้วย
=======================================
ไม่ต้องคิดมากครับ
เพียงอยากเอาเรื่องราวที่ไปพบเจอมาฝากกัน
ให้เห็นว่า ชีวิตที่ เป็น อยู่ คือ มีวิถีที่เปลี่ยนไปไม่น้อยเลย
ลมหนาวมาแล้ว รักษาสุขภาพด้วยนะครับ :-)







guggig เมื่อ จ. ๑ พ.ย. ๔๗ เวลา ๑๓.๕๒ น.
ดีจัง มีโอกาสไปเที่ยวแบบนี้ ... อยากไปบ้าง
แต่เอาไว้มีเวลาว่างกว่านี้ มีเงินเก็บเยอะๆก่อน
แต่เพื่อนทำได้เท่านี้ .. เรียกว่าคุ้มกับชีวิตสุด ๆ แล้ว
ออม เมื่อ พฤ. ๔ พ.ย. ๔๗ เวลา ๑๘.๑๖ น.
เข้ามาอ่านเรื่องที่เอกเขียนจั้งหลายทีแล้วแต่ยังไม่มีโอกาส post อะไรไว้ซะที วันนี้กลับบ้านดึก (ยังอยู่ที่ทำงานอยู่เลย) แต่ไม่มีอะไรทำ นั่งรอเพื่อน เลยเข้ามาฝากข้อความซะหน่อย อยากได้ไปนั่นไปนี่บ้างจังเลย คงจะสนุกดีนะ เสาร์-อาทิตย์นี้เราจะไปเที่ยวปราจีนกับบริษัทจะไปตลาดโรงเกลือด้วย (เคยไปมาครั้งนึงละ) แต่ไม่รู้จะได้อะไรมาหรือเปล่า คนเยอะ ร้อนด้วย แค่นี้ก่อนนะ เพื่อนจะไปละ บ๊ายบาย แล้วว่าง ๆ จะเข้ามาอ่านเรื่องของเอกอีกนะ.
Kay เมื่อ อ. ๑๖ พ.ย. ๔๗ เวลา ๐๙.๑๓ น.
I miss home so much! How could you do it to me? I haven't been back home for almost 2 years. I miss มุกดาหาร and งานออกพรรษา so bad....