home story gallery wallpaper

ความทรงจำหลังม่านเวที

หากใครที่เดินทางผ่านไปมาบนถนนเพชรบุรีอยู่เรื่อย ๆ คงสังเกตเห็นอาคารสีขาว
ขนาดไม่ใหญ่นัก แทรกตัวอยู่ท่ามกลางตึกสูง และแสงสีของถนนสายหลักเส้นหนึ่ง
ของกรุงเทพฯ ตึกหลังดังกล่าวเป็นที่ตั้งของโรงละครกรุงเทพ โรงละครเวทีขนาดเล็ก
ที่ใช้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์การแสดง ดนตรี และละครหลากหลายรูปแบบมานานกว่า 10 ปี
แต่สิ้นปีนี้ โรงละครกรุงเทพจะปิดตัวลงแล้ว

ในฐานะผู้หลงใหลละครเวทีที่ได้มาสัมผัสความบันเทิงที่โรงละครแห่งนี้
ตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียน จนครั้งหนึ่งเคยได้มีโอกาสร่วมแสดงบนเวที ...
ผมรู้สึกเหมือนบางสิ่งที่เคยผูกพันกำลังจะจากไป
งานเขียนชิ้นนี้ ขอมอบให้ความทรงจำหลังม่านเวที ของโรงละครแห่งนี้ครับ ...

นาฬิกาบนข้อมือบอกเวลาเกือบสองทุ่ม
ผมก้าวเท้าเข้าไปในตัวอาคารสีขาวขนาดไม่ใหญ่นัก เมื่อเทียบกับตึกสูงข้างเคียงที่แข่งกัน
ยืดตัวไปในม่านสีดำของท้องฟ้าเมืองกรุงเทพฯ อาคารปูนดูเก่าไปตามกาลเวลา
แต่ผู้คนที่คราคร่ำอยู่หน้าบันไดทางขึ้นก็เปลี่ยนหน้าใหม่ไม่เคยคุ้นสักเท่าไหร่ ผมมาดูละครเวทีเรื่อง
เรื่องลับ ๆ ตอนดับไฟ ซึ่งเป็นการนำมาเล่นเป็นรอบที่สอง ละครเรื่องนี้เป็นหนึ่งในสามเรื่องสุดท้าย
ที่ใช้อำลาเวทีของโรงละครแห่งนี้ก่อนจะปิดตัวด้วยเงื่อนไขทางธุรกิจในกลางเดือนพฤศจิกายน

ผมจองบัตรมาชมละครเรื่องนี้ด้วยเหตุผลสามอย่าง ความผูกพันกับเสน่ห์ของละครเวทีเป็นการส่วนตัว
การมีคนรู้จักร่วมแสดงในเรื่องนี้ และการที่ละครเรื่องนี้เล่นที่โรงละครกรุงเทพ

ผมชอบละครเวทีตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนนุ่งกางเกงขาสั้น เริ่มดูละครเวทีจากจอทีวี สมัยนั้นที่ดังมาก ๆ
ก็คือ รายการ วิก07 ที่เป็นการถ่ายทอดการแสดงละครเวทีทางโทรทัศน์ สับเปลี่ยนเรื่องใหม่ ๆ
พร้อมดารารับเชิญทุกสัปดาห์ เรื่องโปรดที่ยังจำติดใจมาจนทุกวันนี้ คือเรื่อง
ซากุระบานเช้าบานเย็น นำแสดงโดยคุณตู่-นพพล ที่ชอบเพราะเป็นละครเพลง
มีการนำเพลงญี่ปุ่นที่คุ้นหูมาดัดแปลงใส่เนื้อใหม่ให้เข้ากับเรื่องได้อย่างสนุกสนาน
ในช่วงที่ วิก07 เปลี่ยนสถานะไปเป็นเกมโชว์
ความชอบของผมก็เปลี่ยนมาชมละครเวทีแบบสด ๆ พอดี

ละครเวที มีเสน่ห์ไม่เหมือนละครโทรทัศน์ หรือภาพยนตร์ ... ความสด ของการแสดง
ทำให้ทั้งผู้เล่น และผู้ดู ต้องมาอยู่ในสถานที่เดียวกัน เวลาเดียวกัน เพื่อให้เกิด การสื่อสาร
ระหว่างกัน นอกจากนี้ ละครเวที ยังเป็นละครที่ผู้แสดงได้รับปฏิกิริยาตอบรับจากผู้ชมในทันทีทันใด
เล่นขำคนดูก็หัวเราะ เล่นได้เศร้าสุดหัวใจ คนดูก็เสียน้ำตาให้ ฉากไหนเล่นดีมาก ๆ พอหมดฉากปิดไฟ เสียงปรบมือจากคนดูก็จะเป็นสัญญาณส่งไปให้กำลังใจนักแสดงทันที ทุกอย่างส่ง-รับกันตลอดเวลา
ที่การแสดงดำเนินอยู่ ไม่ต้องมีการเช็คเรทติ้ง หรือทำโพล เหมือนละครทีวี
และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ความสด ของละครเวทีนั้น ทำให้แต่ละรอบของการแสดง แม้บทพูด
การเคลื่อนไหวบนเวที ไฟ หรือเพลงประกอบจะเหมือนเดิม แต่ทุกรอบของการแสดงสด
ก็ให้ความรู้สึกที่ไม่เคยเหมือนกันเลย

ผมวนเวียนไปดูละครเวทีหลายที่ แม้จะไม่ได้เป็นแฟนประจำขนาดเรียกว่าดูทุกวิก
แต่ก็ติดตามดูหลายเรื่องตามกำลังเวลา และกำลังทรัพย์จะอำนวย ทั้งละครเวทีของนิสิตนักศึกษา
ละครเวทีการกุศลอย่างที่เคยจัดที่ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมแสงอรุณ หรือละครเวทีมืออาชีพที่โรงละครกรุงเทพ ด้วยความชื่นชอบที่ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความฝัน เมื่อได้เข้าเรียนที่จุฬาฯ และมีโอกาสร่วมทำงานในละครประจำปีของคณะ ผมจึงใช้เวลาคิดไม่นานที่จะขอทำในทุกส่วนงานที่ทำได้ รวมไปถึงการขึ้นไปยืนบนเวทีใต้แสงไฟในฐานะนักแสดงกับเขาด้วย

เวลาผ่านไปจนวันหนึ่ง ผมได้กลับมาที่โรงละครกรุงเทพอีกครั้ง ไม่ได้มาดูละครเหมือนทุกที
แต่มาเป็นส่วนหนึ่งของทีมนักแสดงเพื่อทำละครเวทีเฉพาะกิจของนิสิตสามคณะ อักษร-นิเทศ-ถาปัด จุฬาฯ และเราใช้โรงละครกรุงเทพ เป็นเวทีถ่ายทอดเรื่องราว... ตอนนั้นเหมือนฝันเลยครับ
จากคนที่นั่งดูอยู่ด้านล่าง ขึ้นมายืนอยู่ใต้ดวงสปอตไลท์

การได้มีโอกาสแสดงละครเวที ทำให้ผมดูละครเวทีแบบเข้าใจมากยิ่งขึ้น
และรักศิลปะแขนงนี้มากกว่าเดิม การแสดงสดใช้พลังทั้งกายและใจสูงกว่าการเล่นละครโทรทัศน์
เพราะต้องส่งอารมณ์และความรู้สึกของตัวละครออกไปให้ถึงแม้แต่คนดูที่นั่งอยู่แถวหลังสุด
ไม่มีกล้องที่คอยซูมมาใกล้ ๆ ช่วยรับอารมณ์บนสีหน้าของเรา ทุกอิริยาบทมีผลต่อการสื่อความหมาย เพราะคนดูเห็นเราเพียงไกล ๆ รวมไปถึงการโปรเจคเสียง เพื่อให้การพูดเป็นธรรมชาติ
แต่ได้พลังเสียงที่ดังไปถึงยังผู้ชม

นอกจากนี้ การเล่นละครเวทียังได้ให้ประสบการณ์ชีวิตที่ดีหลายอย่าง... การฝึกซ้อมที่แสนหนัก
การเตรียมงานของทีมงานแต่ละฝ่ายเพื่อการแสดงที่ดีที่สุดในทุกรอบ เสียงปรบมือจากผู้ชมเมื่อจบฉาก ร่วมทั้งความรู้สึกตอนที่อยู่หลังม่านช่วงวินาทีสุดท้ายก่อนถึงคิวที่เราต้องก้าวออกไปหน้าเวที ...
และผมยังได้รู้จักเพื่อนใหม่ ได้สนิทกับคนข้าง ๆ มากยิ่งขึ้นก็เพราะละครเวที

================================

เข็มนาฬิกาชี้เวลาเลยสี่ทุ่มมาเล็กน้อย
ผมกำลังเดินออกจากโรงละครกรุงเทพ นี่คงเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้มานั่งดูละครเวทีที่นี่

ละครบนเวทีจบไปแล้ว ม่านปิด ไฟหรี่ลง
หากแต่บนเวทีชีวิต ... ทุกตัวละครยังดำเนินต่อไปตามบทของตัวเอง
บนเวทีที่กว้างกว่า และม่านการแสดงยังคงไม่ปิดฉาก

ใช้เวลาบนเวทีให้คุ้มค่า เต็มที่กับทุกฉากที่ต้องแสดง
รักเพื่อนร่วมเวทีให้มาก...มาก
รางวัลคือเสียงปรบมือ... เมื่อม่านปิดลง :-)

Aohแอ๊ะจัง เมื่อ อา. ๑๐ ต.ค. ๔๗ เวลา ๒๒.๐๒ น.

คิดถึงสมัยทำละครเวทีจัง เหนื่อยตอนหาตังค์ แต่ยิ้มทุกครั้งเวลาได้ยินเสียงปรบมือตอนนักแสดงทุกคนออกมายืนโค้งหน้าเวที :D

Someone เมื่อ จ. ๑๑ ต.ค. ๔๗ เวลา ๐๐.๔๖ น.

A Play is more than just a 2-hour entertainment... as many people may think.
On the contary, it's an enchanting life-long memory....
The further we experience, the further we discover.
It reflexes some parts...some moment of people... us
It's even a dream of someone....

ป้าเปิ้ล เมื่อ อ. ๑๒ ต.ค. ๔๗ เวลา ๐๑.๕๑ น.

หากแต่บนเวทีชีวิต ... ทุกตัวละครยังดำเนินต่อไปตามบทของตัวเอง
บนเวทีที่กว้างกว่า และม่านการแสดงยังคงไม่ปิดฉาก

ใช้เวลาบนเวทีให้คุ้มค่า เต็มที่กับทุกฉากที่ต้องแสดง
รักเพื่อนร่วมเวทีให้มาก...มาก
รางวัลคือเสียงปรบมือ... เมื่อม่านปิดลง :-)

คิดได้ไงเนี่ย

NOK เมื่อ อ. ๑๒ ต.ค. ๔๗ เวลา ๑๓.๔๔ น.

ชีวิตก็เหมือนละครนะ เพียงแต่เรากำกับการแสดงเอง จริงป่าว!!

  © 2004 - 2010 EKANAKE.net. All rights reserved.