home story gallery wallpaper

นิทานกาล "งอ"

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว...

ในเมืองแสนห่างไกลอันสงบสุข
ผู้คนที่นี่อยู่กันอย่างสนุกสนานเป็นกันเอง ไม่มีความทุกข์กังวล
แม้ว่าภายนอกจะเต็มไปด้วยสัตว์ประหลาด ภัยอันตรายมากมาย หรือกองโจรที่เฝ้าโจมตี
ไม่ใช่เพราะเมืองนี้ มีผู้ครองนครที่เก่งกาจ ไม่มีคนรู้ทัน เอ๊ย... เทียบทัน
และไม่ใช่เพราะเมืองนี้ มีกองกำลังที่เข้มแข็ง มีอาวุธที่ทันสมัย
หากแต่เพราะเมืองนี้มีอัศวินผู้คุ้มครองที่แกล้วกล้า มีความสามารถ
เป็นคู่ชายหญิงที่ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ดูแลปกป้องเมืองแห่งนี้มายาวนาน
ชาวเมืองต่างเรียกขานพวกเขาว่า ชายงอ และ หญิงงอ
ด้วยอาวุธประจำกายคนทั้งคู่ เป็น ดาบยาวโค้งงอ ที่ยากจะหาใครมาประฝีมือด้วย

ห่างไกลออกไป ... ไกล.. ไกลกว่าเมืองแสนไกลอันสงบสุข
ที่นั่น เป็นที่ตั้งของถ้ำแม่มดตาไฟ ที่มีความอิจฉาริษยาเป็นอาวุธ
นางแม่มดชั่วคอยสาปมนุษย์ที่หลงทางผ่านไปใกล้ ให้คนเหล่านั้นละทิ้งความงดงามในใจ
และกลายมาเป็นทาสคอยปรนนิบัติรับใช้นาง

แม่มดตาไฟเพียรพยายามหลายครั้ง ด้วยกลวิธีและอุบายอุบาทว์มากมาย
เพื่อที่จะยึดนครแสนไกลอันสงบสุข
มาเป็นของนางให้ได้ แต่ทุกครั้งนางได้รับเพียงความล้มเหลว
เพราะพ่ายให้กับความเก่งกาจของ ชายงอ
และ หญิงงอ รวมทั้งความร่วมมือร่วมใจของชาวเมืองที่คอยส่งข่าวระแวดระวังอยู่ตลอดเวลา

ในที่สุด นางแม่มดก็ค้นพบว่านางจะต้องหาทางทำลาย ชายงอ และ หญิงงอ เสียก่อน
นางจึงจะสามารถยึดเมืองแสนไกลอันสงบสุขได้ดังตั้งใจ
(ทำไมเพิ่งคิดออก ผู้เขียนก็ไม่รู้เหมือนกัน)
แม่มดใจร้ายจึงวางแผนล่อหลอก โดยอาศัยจิตใจด้านมืดของมนุษย์เป็นเชื้อปะทุ
นางจัดฉากให้ หญิงงอ ผิดใจกับ ชายงอ ได้สำเร็จ
(ฉากที่จัดให้ นางแม่มดได้ไอเดียมาจากมิวสิควิดีโอของเมืองไทย
ที่เวียนว่ายอยู่กับฉากเหล่านี้เกือบทุกศิลปิน)

อัศวินทั้งสองไม่ยอมพูดกัน
แรก ๆ ชายงอ ก็ถามไถ่ว่า หญิงงอ เป็นอะไรไป ไม่สบายหรือเปล่า
แต่ หญิงงอ ไม่ยอมตอบ ... เอาแต่หลบหน้า
ต่อมา ชายงอ ก็เลิกถาม ถือว่าตนไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่เห็นจะต้องไปใส่ใจ หญิงงอ เลย

เมื่อเห็นฉากดำเนินไปอย่างเข้าแผน นางแม่มดตาไฟก็เดินหมากบุกโจมตีเมืองแสนไกลอันสงบสุข
ที่กำลังจะทุกข์ทันที
ชาวเมืองพากันร้องขอให้ ชายงอ และ หญิงงอ ออกมาช่วย
ทั้งคู่จำใจออกมา แต่ยังไม่คุยกันอยู่ดี

ชายงอ ควงดาบออกไปรับมือสมุนแม่มดที่หน้าประตูเมือง ซึ่งกำลังโหมไหม้ด้วยไฟจากตาแม่มด
ดาบที่เคยตวัดแกว่งเคียงคู่ เมื่อรำเดี่ยวก็สิ้นฤทธิ์ในเวลาไม่นาน
หญิงงอ เห็น ชายงอ เพลี่ยงพล้ำ แต่ก็ไม่ยอมเข้าไปช่วย ยืนเชิดหน้าอยู่เหนือประตูเมือง
แม่มดเห็นจังหวะ จึงร่ายมนต์เข้าใส่ เป็นอาคมร้ายที่มัดมือ หญิงงอ ไม่ให้จับดาบ
มือทั้งสองต้องคอยถือ ทิฐิ ทำให้ไม่ว่างมาช่วย ชายงอ ได้
มนต์ร้ายอีกบท ถูกร่ายใส่หมายจะสาปให้ หญิงงอ กลายเป็นหนู
แต่สาวเจ้าเท้าไว กระโดดหลบไปจากรัศมี โดนมนต์แค่เฉี่ยว ๆ
ทำให้ หญิงงอ มีหางงอกออกมาเหมือนหนูเท่านั้น
เธอนั่งลงร้องไห้ไม่เป็นทำอะไร และทำอะไรไม่เป็น

ชายงอ สะบักสะบอม แต่ไม่ยอมร้องขอความช่วยเหลือจาก หญิงงอ เพราะถือว่าตนเป็นชาย
ได้ตายในหน้าที่ ถือเป็นเกียรติยิ่งใหญ่
สูดลมหายใจเต็มปอด แล้วกุมดาบพุ่งเข้าใส่กองทัพทาสของแม่มดตาไฟทันที
ช่วงที่กำลังชุลมุนอยู่นั้น ชายงอ มองเห็นช่องว่างที่แม่มดเผลอ
เขาจึงขว้างดาบหมายบั่นคอศัตรูให้ด้าวดิ้น หากแต่ดาบนั้นพุ่งไปโดนอาคมเกราะกำบังตัวของนาง
ดาบโค้งแตกเป็นเสี่ยง เสี้ยวหนึ่งกระเด็นไปถูกดวงตานางแม่มด สองมือกุมตาโอดครวญด้วยความเจ็บปวด
สะเก็ดดาบหักอีกเสี้ยวกระดอนมาเฉี่ยวศีรษะของ ชายงอ เป็นแผลใหญ่กลางหัว
ทางคู่กุมบาดแผลร้องด้วยความทรมาน ผลัดกันร้อง ผลัดกันรับ โยนจังหวะเจ็บปวดเป็นเพลงโต้ตอบ
ชาวเมืองและลูกสมุนแม่มด ต่างเชียร์ฝ่ายของตนเองด้วยการส่ง SMS ไปร่วมสนุก
ส่งกันสามวันสามคืน ไม่มีใครยอมใคร แต่สุดท้ายระบบล่ม ผลการโหวตเป็นโมฆะ
กองเชียร์ทั้งสองฝ่ายหมดตัว เลยเลิกโหวต

หญิงงอ ร้องไห้จนน้ำตาหมด หยุดร้อง และมองเห็นโอกาส
เธอวาง ทิฐิ แล้วจับดาบกระโดดจากประตูเมืองไปเคียงข้างอัศวินคู่
ที่หยุดร้องเพลงเจ็บปวดแล้วเช่นกัน
ชายงอ ขอโทษ หญิงงอ ที่ไม่ได้ไปช่วย พร้อมกับฉีกเสื้อมาพันศีรษะเพื่อปิดแผล
หญิงงอ โบกหางหนูมาโอบ ชายงอ แทนคำบอกว่าไม่เป็นไร...
ทั้งคู่กำดาบเล่มเดียวกันพุ่งเข้าใส่แม่มดตาไฟที่ไม่ทันระวังตัว
ด้วยมัวแต่หันไปต่อว่ากองเชียร์ของตนเรื่องผลโหวต
ชายงอ และ หญิงงอ ประสานพลังเป็นหนึ่ง ดาบเดี่ยวมีพลังยิ่งกว่าดาบคู่ที่ต่างคนต่างถือ
พลังความเข้าใจพุ่งเป็นลำแสงสีขาวโอโม่เข้าใส่กลางลำตัวนางแม่มด
สรรพเสียงแห่งความวุ่นวายทั้งมวลเงียบไปสนิทเหมือนกดปุ่ม Mute ในทีวี
ร่างของนางแม่มดลุกไหม้เป็นไฟแล้วมอดหายไปในอากาศอย่างรวดเร็ว
กองทัพทาสของนางก็พ้นจากมนต์สะกด

ทุกอย่างค่อย ๆ คืนสู่สภาพปกติ...

หลังจากนั้น นิทานเรื่องนี้ก็เป็นเหมือนเรื่องอื่น ๆ
ที่ทุกอย่างควรจะดำเนินไปอย่าง Happy Ending
หากเป็นหนัง ก่อนจะขึ้นตัวหนังสือ end credit
ก็ต้องมีฉากปิดท้ายของสองตัวพระนาง

หญิงงอ ซึ่งตอนนี้ยิ้มร่าที่เอาชนะนางแม่มดได้ เธอโบกหางไปมาน่าเอ็นดู
ชาวบ้านเปลี่ยนชื่อเธอใหม่ เป็น หญิงงอน เพราะมีหางหนูต่อท้าย
ส่วน ชายงอ ที่มีแผลเปิดกลางหัว ก็เลยต้องไว้ผมทรงโมฮอคเพื่อปิดบังแผลเป็น
มองไกล ๆ เหมือนมีพระจันทร์ลอยอยู่กลางหัวตลอดเวลา
ชาวบ้านเลยเรียกเขาใหม่ว่า ชายง้อ

นับแต่นั้น...
เมื่อผู้หญิงงอน... ผู้ชายก็ควรง้อ ก่อนที่ปัญหาทุกอย่างจะบานปลายเหมือนฤทธิ์แม่มดตาไฟ
ผู้หญิงเริ่มเรียนรู้ที่จะไม่งอนไปเสียทุกเรื่อง
ผู้ชายเริ่มเรียนรู้ที่จะง้อบ้าง แม้จะไม่ใช่สิ่งที่ทำเป็นมาโดยกำเนิด
เมื่อเป็นเช่นนี้ เมืองแสนไกลอันสงบสุข ก็เป็นสุขสมชื่อตั้งแต่นั้น เป็นต้นมา.........

: P เมื่อ จ. ๒๐ ก.ย. ๔๗ เวลา ๒๓.๑๐ น.

To live happily with someone, sometimes you would experience that a difficult 'giving' could make you realize how much you love 'someone'. From that point, no matter how difficult it is, you will eventually be 'giving' with your heart...not your brain...and that is how beautiful harmony starts.

macSF เมื่อ อ. ๒๑ ก.ย. ๔๗ เวลา ๒๐.๕๓ น.

okay .. if this one gets to be produced, i'll play the witch. i'm certain i'll sing better than the knight (i think). :P

wandy เมื่อ อ. ๒๑ ก.ย. ๔๗ เวลา ๒๓.๓๓ น.

ได้นิทานกล่อมเด็กอีกเรื่องแล้ว ดีจังเลย

just read เมื่อ ศ. ๒๔ ก.ย. ๔๗ เวลา ๑๑.๓๓ น.

555

popเองพี่ เมื่อ ศ. ๒๔ ก.ย. ๔๗ เวลา ๒๓.๐๓ น.

Logic สุดๆครับ ใดๆในโลกล้วนอนิจจังครับ ทำอะไรให้กันได้ทำเถอะครับ ง้อเขาบ้างเขาง้อเราบ้าง ชีวิตนี้ก็เป็นสุขแล้ว อย่างน้อยก็มีคนที่แคร์เรา และอยากให้เราแคร์เนอะ

Nok เมื่อ จ. ๒๗ ก.ย. ๔๗ เวลา ๑๕.๐๓ น.

หือ อิจฉาทิพย์จังเลย

นู๋ปุ่น เมื่อ จ. ๑๔ ส.ค. ๔๙ เวลา ๑๙.๐๕ น.

ใครได้ท่านพี่เป็นแฟนคงน่าอิจฉาน่าดู ฮิฮิ..

  © 2004 - 2009 EKANAKE.net. All rights reserved.