home story gallery wallpaper

สะบายดี...หลวงพระบาง

Lao in Love The Series #2: สะบายดี...หลวงพระบาง

สะบายดี

สิ่งแรกที่ผมสัมผัสเมื่อเท้าก้าวแตะพื้นดินประเทศลาว
คือคำทักทายที่เต็มไปด้วยความรู้สึกสบาย ๆ ประโยคนี้
คนที่นี่ไม่ใช่คำว่า สวัสดี
เจอหน้ากันก็สบายดีกันไปทุกที่ เหมือนเป็นการถามและชิงตอบคำถามนั้นด้วยตัวเอง

เมืองหลวงพระบางคือจุดแรกที่ผมเยี่ยมเยือน
เมืองแห่งนี้ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก ให้เป็น
The Best Preserved City in South-East Asia เมื่อปี พ.ศ. 2541
โดยทั่วไป คณะกรรมการมรดกโลกจะมีเกณฑ์ในการพิจารณามรดกทางวัฒนธรรมอยู่ 6 ข้อ
ขอเพียงเข้าเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งก็จะได้รับการพิจารณาแล้ว
แต่เมืองหลวงพระบางแห่งนี้ เข้าเกณฑ์การพิจารณาถึง 3 ข้อด้วยกัน
เมืองแห่งนี้เป็นเมืองหลวงเก่าของอาณาจักรล้านช้าง ก่อนที่จะถูกย้ายไปอยู่เวียงจันทน์เช่นในปัจจุบัน
บรรยากาศของเมืองจึงมีกลิ่นอายอดีตของสถาปัตยกรรมล้านช้าง
แซมด้วยอาคารบ้านเรือนสมัยฝรั่งเศสปกครองอยู่เกือบทุกมุม

หลังจากดั้นด้นหาที่พักนาม เลอ ตัม ตัม แล้ว ผมก็หยิบกล้องสะพายบ่า ออกเดินทักทายสะบายดีกับเมืองวัฒนธรรมของโลกแห่งนี้ทันที ผมแวะซื้อแผนที่เมืองจากร้านค้าเล็ก ๆ ริมถนนศรีสว่างวงศ์ ซึ่งเป็นถนนสายหลักของเมือง ถนนหลักที่ว่าก็มีขนาดกว้างเพียงรถสองเลนวิ่งสวนกันเท่านั้น บรรยากาศเหมือนเมืองเชียงใหม่ในอดีตก็ไม่ปาน เดินฝ่าไอแดดตามทางในแผนที่ผ่านไปรษณีย์กลาง ตลาดเช้า จนมาถึงริมแม่น้ำโขง เรือหลายลำจอดรอท่าพักผ่อน หลังจากการเดินทางแสนไกลตามสายน้ำ นักเดินทางหลายคนเลือกเดินทางมาหลวงพระบางด้วยการล่องเรือจากเชียงของ มาสิ้นสุดการเดินทางก็ที่ท่าน้ำตรงริมโขงหลวงพระบางนี้นี่เอง

อากาศที่ร้อนอ้าวทำเอาเหงื่อท่วม ผมตัดสินใจกลับมาพักที่โรงแรมสักหน่อยก่อนจะตะลอนต่อ แว่บงีบไปหน่อยเดียว ตั้งใจจะลงมาเดินเก็บภาพและหาข้าวเย็นทาน ก็ต้องตะลึงกับภาพเบื้องหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อช่วงบ่ายแดดเผา ถนนศรีสว่างวงศ์แห้งแล้งผู้คน มีเพียงฝรั่งสองสามกลุ่มนั่งดื่มเบียร์ที่ร้านริมถนน แต่ตอนนี้ แดดร่มลมแตกเนื้อสาว ถนนขนาดสองเลนเบื้องหน้าถูกจับจองด้วยพ่อค้าแม่ขายชาวพื้นเมือง ปูผ้า ขนสินค้าหัตถกรรมหลากหลายทั้งผ้าทอมือ เครื่องเงิน งานกระดาษสา กระเป๋า และอีกหลากหลาย วางขายภายใต้แสงเทียนและตะเกียงไฟ นักเดินทางจากทุกสารทิศเดินเลือกสินค้าและต่อรองราคากันอย่างสนุกสนาน เมืองเงียบ ๆ ก็คึกคักมีสีสันขึ้นมาไม่น้อย ผมเดินดูภาพมีชีวิตบอกเล่าเรื่องราวของหลวงพระบางอย่างเพลินใจ ปิดท้ายด้วยมื้ออิ่มท้องกับอาหารอินเดียริมถนนเล็ก ๆ อย่าถาม... มาเที่ยวลาวทำไมถึงเลือกอาหารอินเดีย ผมเชื่อ อ้ายไสย เจ้าหน้าที่โรงแรมที่ผมพักอยู่ แกว่า ลองอาหารอินเดียดูสิ เพราะที่นี่คนอินเดียอยู่เยอะและทำอาหารได้ไม่เลว มื้อนั้นแกงกะหรี่ปลาและ นาน แผ่นโต ทำให้ผมต้องกลับไปขอบใจอ้ายไสยเลยทีเดียว ส่วนอาหารลาวนั้น ผมวางแผน การเดินท้อง เอาไว้แล้ว ไม่พลาดแน่ครับ

ก่อนกลับที่พัก
แวะซื้อทัวร์ท้องถิ่นเพื่อไปเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวสำคัญนอกเมืองหลวงพระบาง
คือถ้ำติ่ง และน้ำตกตาดกวางสี ในวันรุ่งขึ้น
ผมตั้งใจว่าจะเที่ยวนอกเมืองก่อนในช่วงวันสองวันแรก
และอยู่เที่ยวในเมืองให้ชุ่มปอด ช่วงงานปีใหม่ลาว (งานสงกรานต์) ในวันถัดไป

เมืองหลวงพระบางมีขนาดไม่ใหญ่ สามารถเยี่ยมชมได้ทั่วภายในไม่กี่วัน แต่การเยือนหลวงพระบาง ไม่ได้เน้นที่ปริมาณ หากต้องการความอิ่มใจ แต่ละจุดใช้เวลาอยู่ด้วยให้เหมาะสม เพื่อสัมผัสความสงบ งาม ตามแบบชาวล้านช้างในอดีตกาล

ตอนหน้า จะพาล่องเรือในแม่น้ำโขงไปชมความงามของถ้ำติ่งที่มีพระพุทธรูปนับพันองค์
และน้ำตกตาดกวางสีที่เกริ่นไว้ครับ
สำหรับวันนี้... สะบายดี :-)

โน๊ต เมื่อ จ. ๙ ส.ค. ๔๗ เวลา ๑๔.๓๗ น.

ชอบมากค่ะ
จะตามอ่านตอนต่อไปนะคะ
รีบๆ เขียนนะคะ

นก เมื่อ จ. ๙ ส.ค. ๔๗ เวลา ๑๔.๔๑ น.

ชอบอ่านค่ะ สนุกดี

Noon-Mim เมื่อ จ. ๙ ส.ค. ๔๗ เวลา ๑๕.๓๘ น.

เห็นรูป และฟังจากที่เล่า น่าไปเหลือเกนนะที่แห่งนี้

Onjy เมื่อ จ. ๙ ส.ค. ๔๗ เวลา ๑๘.๓๗ น.

หลบร้อนมาเยี่ยมอารมณ์สะบายๆของเอกดีกว่า
ป.ล. ภาพสวยมากครับ

จัมมัย เมื่อ จ. ๙ ส.ค. ๔๗ เวลา ๑๙.๐๐ น.

แย่จัง คนเขียน เขียนไม่ทันคนอ่านแล้ว..ทำยังไงจะได้อ่านตอนต่อไปเร็ว เร็วนะ

ชอบมากค่ะ ..ทั้งรูปและเรื่อง พอรวมเล่มเสร็จ จัดทริปพาคนอ่านไปเที่ยวกันเลยดีมั้ย :-)

: P เมื่อ จ. ๙ ส.ค. ๔๗ เวลา ๒๒.๒๗ น.

น่าเสียดายที่ไม่ได้ไปเที่ยวด้วย อ่านแล้วนึกภาพตาม เหมือนได้กลับไปเที่ยวอีกครั้ง

un เมื่อ อ. ๑๐ ส.ค. ๔๗ เวลา ๑๔.๑๓ น.

อ่านแล้วสนุกจัง รีบๆเขียนตอนต่อไปนะคะ อ่านแล้วอยากไปบ้างจัง ค่ะ

Boom+ เมื่อ พ. ๑๑ ส.ค. ๔๗ เวลา ๑๒.๑๙ น.

ชอบจัง ชอบจัง เอาอีกอ่ะ เร็วๆ นะ จะรออ่านค่ะ *v*
อุ๊บอิ๊บ เห็นด้วยกับ อรจิรา มากมาย อิอิอิอิ

  © 2004 - 2008 EKANAKE.net. All rights reserved.