ดื่มชา...ในสวน (เรื่องเก่า เล่าใหม่ครับ)
... เขียนเรื่องนี้ไว้ เมื่อปีก่อน ตอนนั้นทำเป็นรูปส่งให้เพื่อน ๆ ใน Mailing List ได้ดูกัน
ตอนนี้เห็นบรรยากาศละม้ายคล้ายคลึง เลยรวมมาโพสไว้ใหม่ครับ ลองอ่านดูละกันนะ ...

ดื่มชา...ในสวน
... บอกกันก่อนเลยว่า ไม่ได้ค่าสปอนเซอร์ หรือบัตรกินฟรี รวมทั้งไม่ได้เป็นญาติ
หรือไปจีบลูกสาวเจ้าของร้านแต่ประการใด เหตุที่หยิบมาเล่า เอามาเขียนถึงกันนั้น เพราะชื่นชอบในบรรยากาศและความรู้สึกดี ๆ ที่ได้รับจากความสงบ งาม อันหาได้ยากยิ่งในเมืองที่เต็มไปด้วย
ความเคลื่อนไหว เหมือนไม่รู้จักความเหน็ดเหนื่อยอย่าง กรุงเทพมหานคร ...
การได้นั่งอ่านหนังสือบนเก้าอี้ไม้ ภายใต้ร่มเงาของดอกลีลาวดีสีขาว ยินเพียงเสียงลมหวิว
และเสียงน้ำพุเล็ก ๆ กลางสวน จิบชายามบ่ายในสไตล์อังกฤษแบบ High Tea
พร้อมขนมปัง Scone ที่ทานกับเนยสดและแยมผลไม้แสนหวาน ทิ้งความฟุ้งซ่าน
เรื่องงานหนักหัว และปัญหาสารพันไว้ภายนอก เพียงเท่านี้ ก็เหมือนเวลาหยุดนิ่ง ...
เหลือเพียงความสงบไว้รอบตัว ณ ที่แห่งนี้ ...
... อกาลิโก Agalico ... ที่ซึ่งไร้กาลเวลา
วันหยุดติด ๆ กันหลายวันช่วงเข้าพรรษา ผู้คนส่วนใหญ่เลือกมุ่งหน้าออกจากกรุงเทพฯ
ไปสูดอากาศที่ปราศจากควันพิษ ไปกินอาหารที่นาน ๆ ได้ลิ้มสัมผัส
ไปเปลี่ยนมุมมองและเติมชีวิตให้มีชีวา ...
ผมติดภารกิจของครอบครัวที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง วันหยุดสามวันจึงแทบไม่ได้พัก
แต่เพียง 3-4 ชั่วโมงที่พอจะปลีกตัวได้ ผมจึงมองหาที่สงบ ๆ ที่พอจะเปลี่ยนบรรยากาศ
และเปลี่ยนอิริยาบทของตัวเองออกจากเรื่องยุ่ง ๆ เสียบ้าง

เสน่ห์ที่แท้จริงของร้าน ซ่อนตัวอยู่ภายใต้ร่มเงาของสวน ตามมุมสงบของเงาใบ
มีโต๊ะจัดวางอยู่เพียง 3-4 โต๊ะ แน่นอน.. ทุกที่นั่งถูกจับจอง ผมจึงเลือกม้านั่งเล็ก ๆ ที่อยู่ติดกับน้ำพุ
หันหน้าไปยังเรือนไม้สีขาว ชาและขนมปัง scone ถูกนำมาวางเคียง
กลิ่นหอมของชาและเนยสดที่เพิ่งทำใหม่ ๆ แต้มกลิ่นให้บรรยากาศและชั่วโมงนั้นนิ่งสงบเหลือเกิน

ตลอดเวลาสองชั่วโมงกว่าที่ผมนั่งอยู่ที่นั่น มีผู้คนแวะเวียนมาดื่มดำกับบรรยากาศไม่ขาดสาย
หากเลือกวันฟ้าใส ๆ มาเวลาเหมาะ ๆ
ช่วงบ่ายกำลังดีที่มีลมพัดหน่อย ๆ
ที่นั่งในสวนแห่งนี้ เหมาะเป็นที่พักและหยุดเวลา
ไว้เติมความรู้สึกดี ๆ ให้ตัวเองจริง ... จริง








GUGGIG เมื่อ ส. ๒๔ ก.ค. ๔๗ เวลา ๒๑.๐๑ น.
อย่าว่าแต่พวกคุณเลย...แม้แต่ฉันที่นั่งมองภาพบางภาพ
ก็ยังรู้สึกว่า ... ชีวิต บางช่วงเวลาได้ขาดหายไป
และมันคงถึงจุด ๆ หนึ่ง ที่ฉันควรจะมองหาสิ่งที่ขาดหาย
....
ฉันมีเวลานั่งดูภาพเก่าหลาย ๆ ภาพ
บางภาพ คือเรื่องราวของอดีตที่ผ่านมา ที่ฉันได้ีรู้ ได้สัมผัส
บางภาพ คือสิ่งที่ฝัน ... ฝันเอาไว้ว่าสักวันหนึ่ง ฉันจะเป็นอย่างที่ฝัน
และบางภาพ ไม่ได้เกิดจากการมองดูด้วยตา
หากแต่สัมผัสได้จากสิ่งที่อยู่ในก้นบึ้งส่วนลึกของหัวใจ
หากคุณเคยรักใครสักคน และอยากที่จะให้เขาอยู่เคียงข้าง
วาดหวัง วาดฝันเอาไว้สวยงาม ...
หากแต่ภาพของความเป็นจริง ไม่ได้เป็นอย่างในฝัน
คุณก็จะพยายาม ดิ้รรน และต่อสู้กับมัน ...
หลับหูหลับตาสู้ ... สู้จนสุดแรงขาดใจ ...
แล้ววั้นนี้ฉันก็พบว่า หลาย ๆ สิ่งที่ฉันพยายามสู้กับมัน
เพียงเพราะความรักอย่างนั้นหรือ ...
หากว่าเป็นเพราะความรัก แล้วทำไมในวันนี้ ฉันถึงนิ่งเฉย
...
นั่งฟังเรื่องราวที่เขาเก็บอั้นไว้ในใจ
เรื่องราวมากมายที่ฉันพยายามที่จะเรียนรู้ พยายามที่จะเปลี่ยนแปลง
เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ดีที่สุด ...
เรื่องราวมากมาย...ที่สุดท้าย ... คือคำว่า "ลา"
เราจะต้องเดินบนคนละเส้นทาง เมื่อจุด ๆ หนึ่ง
ซึ่งเราต่อสู้กับมันไม่ไหว....
แต่อย่างน้อย เขาก็ได้บอกในสิ่งที่เขาต้องการ
เขาต้องการที่จะจากไป ... ในเวลานี้ดีเสียกว่า
ดีกว่าที่จะทนเพื่อรอให้ฉันเป็นคนจากไป
และฉันเอง ... ซึ่งก้ไม่เข้าใจตัวเองว่า "ทำไม"
ฉันได้แต่นิ่ง แล้วให้เขาพร่ำพรรณนา...
เพื่อทีจะจบประโยคอันแสนยาวนั้นว่า ... "ผมจะไป"
ภาพของสวนแห่งนี้ ... จึงเป็นอีกหนึ่งภาพ
ที่ฉันจะต้องเดินทางไปสัมผัส ...
เพื่อเติมเต็มสิ่งที่ชีวิตขาดหายไปนาน
Boom+ เมื่อ พ. ๑๑ ส.ค. ๔๗ เวลา ๑๒.๓๐ น.
นี่ก็เวียนมาบรรจบกับเทศกาลเข้าพรรษาอีกครั้งแล้วนะ ทำให้นึกถึงเรื่องที่เอก เขียน ก็เลยกลับมาอ่านอีกครั้งอ่ะ อ่านทีไร รู้สึกดีทุกที เหมาะกับชื่อเว็บเลย มานั่งเล่น เอกเขนกอยู่แถวนี้ รินน้ำใสๆเข้าไปในตัวเอง และหัวขมองดีกว่า : )
nok เมื่อ อา. ๑๖ ธ.ค. ๕๐ เวลา ๑๙.๐๐ น.
ตั้งใจจะไปเร็วๆนี้จ้ะ